ผมตอนนี้เป็นได้แค่ตัวประกอบนักแสดงโนเนม ไม่มีใครสนใจเป็นแค่คนไร้ค่าและที่ผมต้องกลายเป็นแบบนี้ทุกอย่างก็เป็นเพราะคุณ!
ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ตัวประกอบ,#BL,นิยายวาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หลังจากที่ผมทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทที่ต้องไปแคสก็เดินตรงไปที่โต๊ะคอม ผมเปิดคอมออกมา และนี้คือความลับของผม แสงสว่างจากหน้าจอปรากฎรูปของเดม่อนที่เพิ่งปล่อยรูปออกมาเพื่อโปรโมทละครเรื่องใหม่ของตัวเอง
ผมที่เห็นแบบนั้นก็ไม่สามารถกดสายตาที่เกลียดได้ สีหน้าของผมไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก ในใจรู้สึกรุ่มร้อนผมยกมือขึ้นมาริมฝีปากก่อนจะกัดเล็บของตัวเองจนเกิดเสียงออกมา ผมกดเข้าไปที่ตรงแสดงความคิดเห็นก่อนจะพ่นคำพูดที่ร้ายกาจออกมา
ในขณะที่ผมต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในวงการนี้ แต่อีกคนกลับได้แสงจากทุกคน มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!
บทที่แจ้งเกิดของเขามันเคยเป็นของผม บทที่ทำให้เขาได้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ ได้รางวัลมากมาย ทุกคนเอาแต่ชื่นชมยินดี แต่กลับกันผมที่กลายเป็นนักแสดงที่ไม่มีใครรู้จัก เขาประสบความสำเร็จ ส่วนผมกลายเป็นคนที่ถูกลืม
"เหอะ ก็แค่หน้าตาดีกว่า ความสามารถก็งั้นๆ "
ผมพูดออกมาเบาๆ ด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำได้แค่นี้ เป็นแค่แอนตี้แฟนบนโลกอินเทอร์เน็ต
ทุกอย่างมันเริ่มจากตอนนั้น มันเป็นช่วงที่ทางต้นสังกัดเปิดรับออดิชั่นนักแสดงฝึกหัด ผมกับเดม่อนเราทั้งสองได้เข้ามาที่สังกัดพร้อมกัน เราทั้งสองต่างเป็นเด็กใหม่ทั้งคู่แต่อย่างที่บอกเด็กใหม่มีมากมายทำให้เราทั้งคู่ไม่เคยเปิดปากคุยกันเลยสักคำ
ผมในตอนนั้นต่างได้รับคำชมมากมายจากผู้คนไม่ว่าจะเป็นครูที่สอนการแสดงหรือจะเป็นเพื่อนๆที่ได้เป็นนักแสดงฝึกหัด อ่อ ในบริษัทเราจะมีการแบ่งระดับนักแสดง เริ่มจาก นักแสดงฝึกหัด นักแสดงระดับ Fถึง A และนักแสดงระดับ S
แน่นอนว่าระดับเป็นตัวบ่งบอกถึงความสามารถ และมีแฟนคลับมากมาย และในระดับ s จะมีสิทธิ์ที่มากกว่าระดับอื่นๆด้วย
เช้าวันหนึ่งพวกเราก็มาบริษัทเป็นปกติแต่ที่ไม่ปกติก็คือ วันนี้จะมีทีมงานเข้ามาคัดเลือกนักแสดงหลักของละคร ที่สำคัญเขายังให้พวกนักแสดงฝึกหัดเข้าร่วมการคัดเลือกด้วย พวกนักแสดงฝึกหัดที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็ตื่นเต้นไม่น้อย
แต่ถึงจะบอกว่าเป็นนักแสดงฝึกหัดก็ตามแต่บางคนก็เคยได้แสดงมาก่อน ไม่ก็ได้รับงานถ่ายโฆษณาบ้าง และเมื่อผมเดินเข้าไปในห้องก็ได้ยินมาว่าในวันนี้จะมีการแคสบทให้นักแสดงฝึกหัดได้เข้าร่วมการคัดเลือกก็ดีใจมากๆและที่สำคัญบทนี้เป็นตัวเอกของเรื่อง
นั้นหมายความว่าเป็นบทที่สามารถแจ้งเกิดพวกเราได้เลย และพอเวลาบ่ายพวกผมก็ถูกผู้จัดการทั่วไปเรียกให้มารวมตัวกันที่ห้องซ้อมใหญ่
"ที่ฉันเรียกผู้คนมาก็เพราะวันนี้จะมีการแคสบทนักแสดง" สายตาของผู้จัดการทั่วไปมองไปรอบๆห้อง และพูดต่อมา
"มันไม่ใช่แค่แคสบทเท่านั้น แต่มันคือบทตัวเอก เป็นบทที่สำคัญอย่างมาก บทนี้อาจจะเป็นบทแจ้งเกิดของพวกเธอก็ได้ และสุดท้ายนี้ฉันขอให้พวกเธอโชคดี"
เมื่อผู้จัดการทั่วไปพูดจบก็ได้ส่งสายตาให้กับผู้ช่วยที่ยืนข้างๆ ผู้ช่วยที่เห็นแบบนั้นก็ได้แจกจ่ายเอกสารให้ทุกคน
เมื่อคุณผู้ช่วยเดินแจกบทให้ครบทุกคน จึงได้บอกอีกว่าพวกเรามีเวลาแค่ 3 ชั่วโมงก่อนการแคสบทจะเริ่มขึ้นและเดินออกจากห้องไป
เมื่อผู้จัดการทั่วไปและผู้ช่วยออกจากห้อง พวกเราต่างก็ส่งเสียงร้องดีใจกันก่อนจะแยกย้ายไปอ่านบท ผมเองก็เดินออกจากห้องไปที่ห้องอื่นเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับบท
หลังจากที่รอมาอย่างยาวนานผมเมื่อได้เอกสารมาจึงเดินออกไปจาห้องและเริ่มอ่านทำความเข้าใจบททันที หลังจากที่ซ้อมแล้วซ้อมอีกจนรู้สึกมั่นใจก็เดินออกมาจากห้อง ผมเดินมาที่ตู้กดน้ำก่อนใช้มือไปหยิบแก้วกระดาษออกมาและจ่อมันไปที่ตู้กด
เมื่อได้น้ำประมาณที่ต้องการแล้วก็ยกขึ้นเพื่อดับกระหาย แต่สายตาของผมก็ไปสะดุดเข้ากับใครบางคนที่นั่งเฉยๆ ผมมองอยู่แบบนั้นได้สักพักก็เดินออกไปซ้อมต่อ
และในที่สุดก็ได้เวลาคัดเลือกบทแล้ว ผมตอนนี้กำลังนั่งรออยู่ที่หน้าห้องเมื่อรอเวลาที่จะมีคนเรียกชื่อ และเมื่อผมเดินเข้าที่ห้องก็ได้เริ่มการแสดงทันที พอผมแสดงเสร็จก็เดินออกจากห้องไป ผ่านไป2วันก็ได้เวลาที่จะประกาศรายชื่อคนที่ได้บท
ผมเดินเข้าไปดูรายชื่อที่หน้าห้อง ก่อนจะร้องไห้ดีใจเมื่อได้เห็นชื่อของตัวเอง ผมรีบเดินไปที่ห้องของผู้จัดการทั่วไปเพื่อทราบถามทันที
"ผมได้บทนี้จริงๆหรอครับ?"
ผมเอ่ยถามอย่างมีความหวังปนตื่นเต้น ผู้จัดการทั่วไปเงยหน้าจากโต๊ะทำงานก่อนจะพยักหน้าให้ผม ผมยิ้มอย่างมีความสุข
ผู้จัดการทั่วไปหาของบนโต๊ะสักพักก่อนจะยื่นเอกสารและรายละเอียดของบทให้ผม ผมดีใจจนหัวใจเต้นระรัว มือของผมสั่นเล็กน้อยก่อนจะรับเอกสารมา
ผมรีบก้มหัวขอบคุณอีกคนก่อนจะเดินทางกลับหอด้วยความดีใจ พอผมกลับมาถึงห้องผมก็วางบทลงที่โต๊ะอย่างเบามือ และเข้าไปทำธุระส่วนตัวที่ห้องน้ำ
"บทนี้เป็นของฉันแล้ว"
ผมพูดออกมาอย่างคนไม่มีสติ ความพยายามที่ผมทำมามันจะกำลังจะเริ่มต้นแล้วใช่ไหมนะ ผมระบายยิ้มก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านบทเรื่องนี้จนดึกดื่น
ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ผมได้อ่านบท พยายามเข้าใจบทให้ได้มากที่สุด และเพราะยังได้นักแสดงไม่ครบผมเลยยังไม่ได้เข้าไปสอบถามเพิ่มเติม และในเช้าวันต่อมาทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ผมไม่ได้แสดงบทนี้อีกแล้ว..