”ราเชล ฮาร์ท“ นักดาบเวท ที่ปกป้องน้องชายจนพลาดท่าโดนราชาปีศาจฆ่าตาย กลับมาเกิดใหม่ในตระกูลนักเวทสายรักษา “ดีลักซ์” เขาต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะไปแก้แค้นราชาปีศาจ ครั้งนี้เขาจะทำได้มั้ยนะ?

ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9 - 14 แค่ฝึกซ้อม (1) โดย fixcblue @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,แอคชั่น,สงคราม,แก้แค้น,แอคชั่น,ปีศาจ,จอมเวท,เกิดใหม่ ,นักดาบ,ดราม่า,เวทมนตร์,#BL,แฟนตาซี,ต่างโลก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,แอคชั่น,สงคราม

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แก้แค้น,แอคชั่น,ปีศาจ,จอมเวท,เกิดใหม่ ,นักดาบ,ดราม่า,เวทมนตร์,#BL,แฟนตาซี,ต่างโลก

รายละเอียด

ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9 โดย fixcblue @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

”ราเชล ฮาร์ท“ นักดาบเวท ที่ปกป้องน้องชายจนพลาดท่าโดนราชาปีศาจฆ่าตาย กลับมาเกิดใหม่ในตระกูลนักเวทสายรักษา “ดีลักซ์” เขาต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดเพื่อที่จะไปแก้แค้นราชาปีศาจ ครั้งนี้เขาจะทำได้มั้ยนะ?

ผู้แต่ง

fixcblue

เรื่องย่อ


 

ต่อให้มีนักอ่านแค่คนเดียว ก็จะไม่ทอดทิ้งโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา


 

"ราเชล ฮาร์ท" อดีต 1 ใน 7 นักรบ ที่เคยสร้างชื่อในสงครามมาอย่างนับไม่ถ้วน นักดาบเวท เลเวล 9 อัฉริยะของจักรวรรดิ มีน้องชายที่รักมาก "ลูเซียส ฮาร์ท" ที่ต่อสู้เคียงข้างกันมาตลอด ครั้งหนึ่งลูเซียสสูญเสียพลังเวททั้งหมดไปจากการต่อสู้กับราชาปีศาจ แต่เขาก็ฝึกฝนดาบจนได้เป็น ซอร์ตมาสเตอร์


วันหนึ่งสองพี่น้องได้เข้าไปสอดแนมในปราสาทของราชาปีศาจ ราเชลปกป้องน้องจนพลาดท่า ลูเซียสถูกประนามที่อ่อนแอจนทำให้กำลังสำคัญอย่างราเชลต้องตาย แต่แล้วเขาก็เกิดใหม่ในตระกูลนักเวทสายรักษา "ดีลักซ์" ครั้งนี้ราเชลต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เพื่อจะเป็นนักดาบเวทอีกครั้ง เขาจะต้องแก้แค้นราชาปีศาจในครั้งนี้ให้ได้

#ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล9

สารบัญ

ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-บทนำ ข้ามาเกิดใหม่งั้นหรือ?,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-1 คุณชายแห่งนีไอโอเนีย,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-2 ไอ้เด็กเมื่อวานซืน,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-3 เจ้าเป็นข้ารับใช้ของใคร,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-4 มาเรียน่า,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-5 อดีตนักรบ,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-6 ลงทะเบียนเรียนชั้นปีที่ 2,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-7 จุดด่างพร้อยหนึ่งเดียว,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-8 มือสังหาร,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-9 การฆ่าครั้งแรก,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-10 น้ำกับไฟถ้าไกลกันได้ก็ดี,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-11 นาฬิกาเรือนเก่า,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-12 ผู้ใช้เวทห้วงเวลา,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-13 ผสานสามวงแหวนเวทมนตร์,ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-14 แค่ฝึกซ้อม (1),ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-15 แค่ฝึกซ้อม (2),ข้าเคยเป็นนักดาบเวทเลเวล 9-16 คำสั่งขององค์จักรพรรดิ

เนื้อหา

14 แค่ฝึกซ้อม (1)

เสียงของดาบไม้สองเล่มกระทบกันผสานกับเสียงพร่ำบ่นของเจ้าของเรือนผมสีขาวสว่าง 


ฝีเท้าที่วิ่งวุ่นเข้าโจมตีและรับแรงปะทะของเด็กหนุ่มสองคนที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับดังขึ้นลั่นโรงฝึกตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จนเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ต้องละเว้นการเข้าใช้โรงฝึกที่ 4 เพื่อฝึกซ้อม หรือหากมีเหตุจำเป็นก็ต้องหลบเลี่ยงไม่ให้เข้าไปอยู่ในรัศมีของการปะทะอันรุนแรง


แกร๊ง!


เมื่อดาบไม้ที่ถูกใช้เป็นอาวุธร่วงหล่นลงสู่พื้นก็เป็นสัญญาณว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาดท่าให้อีกคน


 “เห้อ เมื่อไหร่ข้าจะปัดดาบออกจากมือเจ้าได้ซะทีนะ” 


เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินล้มตัวลงนั่งกับพื้นทันทีที่ดาบไม้หลุดมือ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


 “เอาหน่า อย่างน้อยเจ้าก็ทำได้ดีกว่าวันแรกมากนัก” 


เรย์เวนที่ยืนอยู่ตรงข้ามยื่นมือข้างซ้ายไปตรงหน้าหวังจะดึงรั้งให้อีกคนลุกขึ้นมา


 “เหวอ?! ทำอะไรของเจ้าเนี่ย!!” 


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด เดรคยื่นมือมาจับที่ข้อมือแล้วฉุดรั้งเพื่อนของตัวเองให้ลงไปนั่งแหมะอยู่ด้านข้างแทน จนโดนเจ้าตัวมองค้อนไปหนึ่งทีแต่ดูเหมือนว่าเดรคจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร


ให้ตายเถอะ ข้าไม่ได้จะทำแบบนี้เสียหน่อย


 “นั่งพักก่อนเถอะ เราฝึกกันมาตั้งแต่เลิกเรียนคาบสุดท้ายจนตอนนี้ก็ปาไปสองชั่วโมงแล้วนะ” เดรคเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า


เขาเท้าแขนข้างหนึ่งไปกับพื้นด้านหลัง เอนตัวให้พอดีกับท่านั่งที่สบายก่อนจะคว้ากระบอกน้ำที่อยู่ไม่ไกลขึ้นมายกดื่มเฮือกใหญ่


เรย์เวนมองตามการกระทำไปอย่างไม่คิดอะไร แต่ก็ต้องมาสะดุดอยู่ที่เม็ดเหงื่อประปรายบนใบหน้า ทั้งที่ออกแรงไปตั้งมากมายแต่เหงื่อกลับออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น


ได้อย่างไรกัน?


ดูเหมือนว่าการที่เพื่อนสนิทเรือนผมสีขาวหันไปมองอย่างโจ่งแจ้งจะทำให้คนที่นั่งด้านข้างรู้ตัว เจ้าของใบหน้าหล่อคมเหมือนเทพเจ้าบรรจงสร้างยกคิ้วขึ้นแสดงอาการประหลาดใจ


 “แค่คิดว่าเจ้าเหงื่อออกน้อยกว่าคนปกติ” เรย์เวนตอบกลับผ่านคำถามที่แสดงออกมาทางสีหน้า


เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกคนสงสัยรอยยิ้มเล็กๆ ก็เผยขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลื่นหู


 “แค่ใช้เวทมนตร์นิดหน่อยน่ะ” 


เดรคเอื้อมมือข้างที่ว่างมาแตะบนหน้าผากของเรย์เวน ก่อนจะพึมพำเบาๆ จนคนที่อยู่ใกล้ก็จับใจความไม่ได้


แค่เพียงชั่วพริบตาอุณหภูมิของร่างกายของเจ้าของเรือนผมสีขาวก็ค่อยๆ ลดต่ำลง เหมือนสายน้ำเย็นไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 


ให้ความรู้สึกเหมือนนอนเล่นอยู่บนผิวน้ำตกกลางป่าที่ร่มรื่น ทั้งสดชื่นและเย็นสบาย ทำให้อาการเหนื่อยหอบจากการฟาดฟันดาบเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เม็ดเหงื่อที่อยู่ตามร่างกายก็ค่อยๆ เหือดแห้งไป


อยากอยู่แบบนี้ไปสักพักเลยแหะ


เรย์เวนคิดในใจ


ไม่นานนักสัมผัสหยาบกร้านของฝ่ามือก็หายไป ทำให้คนที่เพิ่งได้รับความสดชื่นค่อยๆ ลืมตาขึ้น 


เดรคยื่นกระบอกน้ำอีกอันมาให้ทันที


 “เวทมนตร์ของเจ้าสะดวกดีนะ” เรย์เวนเอ่ยชมก่อนจะรับกระบอกน้ำมาและยกจิบไปเล็กน้อย 


เดรคไม่ได้ตอบกลับไปเป็นคำพูดแต่ทำเพียงแค่ยักไหล่ขึ้นอย่างทะเล้นแทน


ไอ้เด็กนี่


เรย์เวนส่ายหัวเบาๆ


 “เจ้าอยากกินอะไรหรือเปล่า” คนที่เอนตัวท้าวแขนทั้งสองข้างกับพื้นด้านหลังหันไปถาม


 “ถ้าเป็นตอนนี้ยังไม่อยากเท่าไหร่” เรย์เวนตอบพลางคว้าดาบไม้ที่อยู่ข้างตัวเตรียมจะลุกขึ้น


 “ก็แหงสิ ก่อนจะเริ่มซ้อมเจ้ายัดทาร์ตองุ่นเขียวเข้าไปคนเดียวทั้งชิ้น ตอนนี้คงยังย่อยไม่หมดแน่” เดรคเอ่ยแซวพร้อมรอยยิ้ม


 “พูดมากหน่า” เจ้าของเรือนผมสีขาวบอกปัดอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหน้าไปมองคนที่กำลังนั่งพักเหนื่อย “ลุกมาได้แล้ว” 


 “อะไรกัน ยังพักไม่ถึงห้านาทีเลยนะเรย์เวน” 


คำพูดอิดออดที่มาพร้อมกับทำหน้ามุ่ยที่ไม่ค่อยได้เห็นจากเดรคสักเท่าไหร่ทำให้คนที่เห็นแอบคิดในใจ


อย่างกับเด็กน้อย…


แต่เจ้านี่ก็ยังเด็กนั่นแหละนะ


เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดขาด


 “ตอนไปสู้ที่สนามรบ เจ้าจะบอกกับพวกปีศาจว่าขอพักแล้วลงไปนั่งอยู่กับพื้นเช่นนี้หรือไง” 


เขายื่นมือไปตรงหน้าของคนงอแงอีกครั้งก่อนจะออกคำสั่ง 


 “ลุกขึ้นมาซะ” 


 “รู้แล้วๆ” 


เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินส่ายหัวเบาๆ คว้าดาบไม้ข้างกายและยื่นมือข้างหนึ่งออกมากำลังจะจับฝ่ามือเพื่อนที่กำลังยืนอยู่


ทว่าก่อนที่ผิวเนื้อของทั้งสองคนจะสัมผัสกัน ก็โดนแรงฟาดที่ไม่น่าจะออมแรงสักเท่าไหร่ปัดมือของเดรคให้ห่างออกไปแล้วคว้ามือของเรย์เวนไปจับไว้แน่นแทน


ยังไม่ทันที่คนถูกจับมือไว้จะหันไปมองว่าใครที่ทำพฤติกรรมเสียมารยาทเช่นนี้ เสียงที่เคยได้ยินมาไม่นานก็ดังขึ้นเสียก่อน


 “เจอกันอีกแล้วนะ เรย์เวน ดีลักซ์” น้ำเสียงทะเล้นแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ดังขึ้น


เรย์เวนรู้ตัวได้ทันทีว่าใคร เขาเงยหน้าสบตาเข้ากับคนที่คว้ามือไปจับอย่างไม่เต็มใจ


รอยยิ้มของเจ้านี่น่าหมั่นไส้สุดๆ


ไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์


วู่มมม


ทันใดนั้นจิตสังหารแรงกล้าก็ปะทุขึ้นจากร่างของคนที่ยังนั่งอยู่กับพื้น นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองไปยังคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างไม่ลดละ 


ใจกลางตาดำที่เป็นเส้นตรงน่ากลัวไม่ต่างจากดวงตาของสัตว์ล่าเนื้อ หางตาที่ชี้ขึ้นเหมือนแมวป่า ตอนนี้ให้ความรู้สึกคล้ายลูกเสือตัวใหญ่ที่กำลังโกรธจัด


 “ปล่อยมือ” น้ำเสียงหนักแน่นปะปนความอาฆาตดังขึ้น


ฝ่ามือที่เพิ่งถูดปัดออกให้พ้นทางคว้าเข้าที่ข้อมือหนาของเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิง 


 “ในตอนที่ผมยังพูดดีๆ ด้วย” สายตาของเดรคจดจ้องเข้าไปในนัยน์ตาสีแดงเพลิงอย่างไม่ลดละ


ปลายนิ้วจิกเข้าเนื้ออีกฝ่ายจนหลังมือเกร็งเห็นเส้นเอ็นปูดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเดรคในตอนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ


แต่อีกคนก็ไม่ใช่เล่น


 “เห~ สายตาน่ากลัวจังนะอเลนเดล” คนที่ถูกจ้องมองอย่างอาฆาตตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ไร้ความเกรงกลัว


เขาจ้องกลับคนที่บีบรัดข้อมือของตัวเองแน่น ใบหน้าทะเล้นพร้อมรอยยิ้มที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับแววตาดุดันหมายจะเอาชีวิต 


 “ถ้าข้าไม่ปล่อยเจ้าจะทำอะไรงั้นเหรอ” 


คำถามชวนหาเรื่องเอ่ยขึ้นพร้อมกับปล่อยจิตสังหารน่ากลัวออกมาเช่นกัน


จากที่คนที่ภาพลักษณ์เป็นเพียงแค่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แต่ตอนนี้กลับเหมือนฮายีน่าจ่าฝูงที่มั่นใจว่าตนจะสามารถล้มลูกเสือตัวนี้ได้เพียงลำพัง


ไร้การตอบกลับจากเดรค ทั้งสองยังคงสบตากันอย่างไม่มีท่าทีว่าใครคนใดคนหนึ่งจะยอมก่อน


การกระทำของทั้งสองคนเรียกความสงสัยให้คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างเรย์เวนว่าเพราะอะไรกันถึงได้จะกัดกันทุกครั้งที่เจอหน้า 


ตั้งแต่ชีวิตก่อนของเรย์เวน เขาก็พอรู้อยู่บ้างว่าดยุกพาเทนเซีย และดยุกอเลนเดลไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นมีปากเสียงกันทุกครั้งที่เจอหน้า


แล้วทำไมรุ่นลูกถึงได้เป็นเช่นนี้


ต้องมีอะไรที่ข้าไม่รู้แน่ๆ


เรย์เวนเหลือบมองทั้งสองคนสลับกันก่อนจะเอ่ยขึ้น


 “เจอหน้าก็จะกัดกันเลยนะทั้งสองคน” 


เหมือนว่าประโยคที่เขาเอ่ยไปจะไปแทงใจดำเข้า ทำให้ทั้งสองคนที่กำลังทำงครามผ่านสายตาเปลี่ยนมาจ้องเรย์เวนแทน


แต่เขากลับไม่สนใจ สายตาเหลือบมองไปที่ฝ่ามือของตัวเอง


 “ปล่อยมือข้าได้แล้วปีเตอร์” 


หัวคิ้วของคนถูกเรียกชื่อห้วนๆ ขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาสีเพลิงฉายแววความไม่พอใจ


 “ตั้งแต่ครั้งก่อนที่เราเจอกันแล้วนะ” เจ้าของเรือนผมสีแดงพูดขึ้นพลางลดจิตสังหารลง 


 “เจ้ารู้ว่าข้าเป็นรุ่นพี่แต่กลับพูดจาเหมือนข้าเป็นเพื่อนเล่น” ปีเตอร์ปลดพันธนาการที่บีบรัดมืออีกคนออกอย่างไม่เต็มใจนัก


เมื่อเดรคเห็นเช่นนั้นก็คลายฝ่ามือออกเช่นกัน 


เรย์เวนเลยใช้มือข้างเดิมดึงให้คนที่นั่งอยู่ลุกขึ้นยืนตามมาโดยที่ไม่สนใจคำพูดของคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม


 “เมินข้าหรือไง รุ่นน้อง” 


คำพูดย้ำเตือนพร้อมกอดอกของคนไม่ได้รับเชิญทำให้เจ้าของเรือนผมสีขาวต้องเหลือบมอง


 “ไม่ได้อยากจะเมินหรอก แต่เจ้ามาทำอะไรล่ะ ครั้งนี้ข้าไม่ได้ทำป้ายชื่อร่วงหายหรอกนะ” เขาพูดขึ้นพลางยกมือขึ้นชี้ป้ายชื่อที่อกข้างซ้าย


 “แน่นอนว่าข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้น” ปีเตอร์ตอบกลับเสียงหนักแน่น 


 “แล้วมาทำไม ปีสี่มันว่างนักหรือไง หรือว่า…” 


เรย์เวนเว้นจังหวะการพูดไปชั่วขณะก่อนจะเดินตรงเข้าหาคนตรงหน้า สายตาเหลือบมองไปยังคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเจ้าของเรือนผมสีแดง


เด็กนักเรียนทหารที่มีคทาหรือดาบไว้ข้างกาย จากการที่เขาพิจารณาแล้วทั้งหมดนั่นคงเป็นเด็กปีสี่ ที่เป็นเหล่าสมุนของปีเตอร์แน่นอน


นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มหันกลับมาจ้องหน้าคนสูงกว่า 


 “เจ้าอ่อนแอเกินไปจนพวกอาจารย์ไม่มอบหมายภารกิจให้ล่ะ” เขาเอ่ยแซว


โดยปกติแล้วนักเรียนทหารชั้นปีที่ 4 จะไม่ได้ร่ำเรียนอยู่ที่สถาบันแต่จะได้รับภารกิจต่างๆ แล้วออกไปด้านนอกแทน 


อย่างเช่น ล่าปีศาจระดับต่ำๆ ที่บุกรุกหมู่บ้าน หรือใครที่มีความสามารถมากหน่อยก็คงได้รับภารกิจใหญ่ๆ อย่างแทรกซึมไปสอดแนมประเทศอื่น 


ซึ่งเรื่องทั้งหมดนั้นเรย์เวนเคยทำมาหมดแล้วเมื่อครั้งยังเป็นราเชล ฮาร์ท


คนที่ได้ยินอย่างนั้นก้าวขาเข้าใกล้คนเด็กกว่าอีกหนึ่งก้าว


 “โถ่ๆ ดูพูดเข้า” 


ในขณะเดียวกันเดรคก็พยายามจะดึงเรย์เวนให้ออกห่างแต่เขาส่งสัญญาณให้เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นอะไร ทำให้เดรคหยุดนิ่งรอดูสถานการณ์ 


 “เพราะข้าเก่งเกินไปต่างหาก เลยทำภารกิจเสร็จไวแล้วรีบกลับมาหาเจ้าไง” 


คำพูดพร้อมรอยยิ้มจนตาปิด มันทำให้เรย์เวนหางคิ้วกระตุก และเริ่มหงุดหงิดใจแต่คนที่ไม่พอใจมากกว่าก็คงเป็นที่ยืนอยู่ด้านหลังเสียมากกว่า


เรย์เวนรู้สึกร้อนวูบวาบที่แผ่นหลังเพราะเดรคดูจะมีอารมณ์โกรธมากกว่า


 “มีอะไรล่ะ” เจ้าของเรือนผมสีขาวเชิ่ดหน้าขึ้นถามอยากเค้นคำตอบ


 “ข้าได้ข่าวมาว่าเจ้าสู้กับอาจารย์ใหญ่ได้สูสีเลยนี่ จริงหรือเปล่า” 


 “ก็ตามนั้น” เรย์เวนตอบพลางยักไหล่ขึ้น


 “งั้นดีเลย” 


ปีเตอร์ยื่นแขนข้างขวาไปทางแท่นวางดาบไม้ของโรงฝึก จนดาบเล่มหนึ่งลอยเข้ามาอยู่ในฝ่ามืออย่างรวดเร็ว 


 “มาลองสู้กับข้าดูสักครั้งได้หรือเปล่า ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมแล้วกัน” ดวงตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังคนเด็กกว่าพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง


แต่แล้วดาบไม้เล่มหนึ่งถูกฟาดลงตรงช่องว่างระหว่างเรย์เวนกับปีเตอร์เสียงดัง ‘ตึง’ จนต้องถอยหลังกันคนละก้าว


 “ถ้าอยากสู้มาก ก็มาสู้กับผมเถอะครับพาเทนเซีย” 


เดรคขยับร่างกายจากด้านหลังรุดขึ้นหน้าอย่างรวดเร็วพูดขึ้นพลางจ้องปีเตอร์อย่างไม่วางตา


 “ทำอย่างไรดีล่ะ ข้ามองไม่เห็นความสามารถของเจ้าว่าคู่ควรให้ลดตัวลงไปสู้ด้วยแม้แต่น้อย” น้ำเสียงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความดูถูกเย้ยหยัน


ประโยคตอบกลับของปีเตอร์ทำให้พลังเวทของเดรคปะทุขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว ลูกสมุนที่ติดตามแขกไม่ได้รับเชิญอย่างเจ้าของเรือนผมสีแดงพากันถอยกรูออกห่าง 


แต่ตัวต้นเรื่องที่ทำให้เพื่อนสนิทของเรย์เวนโมโหกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด


 “ช่วยถอนคำพูดด้วยครับ” 


น้ำเสียงหนักอึ้งราวกับสำลีชุ่มน้ำแฝงไปด้วยโทสะที่มากล้นอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน


 “ถ้าข้าไม่ถอนแล้วเจ้าจะทำอะไรได้” 


ปีเตอร์ก้าวเข้าใกล้เดรคเพิ่มอีกหนึ่งก้าว ส่วนสูงที่สูงกว่าเล็กน้อยทำให้สายตาต้องกดลงต่ำคล้ายจะข่มคู่ต่อสู้ 


 “จะไปฟ้องพ่อ…หรือ…พี่ชาย ว่าข้าดูถูกเจ้าหรือไง” พลังเวทลุกโชนทั่วร่างปะทะเข้ากับพลังเวทของเดรคอย่างไม่เกรงกลัว 


แต่แล้วใบหน้าของปีเตอร์ก็ดูตกใจคล้ายว่านึกอะไรขึ้นมาได้


 “อ๊ะ! หรือว่าเจ้าจะไปฟ้องเลดี้ดาเลีย…คู่หมั้นของข้ากันนะ” 


เหมือนเส้นความอดทนขาดสะบั้น วงแหวนเวทมนตร์ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของเดรคก่อนจะพุ่งเข้าใส่คนตรงข้าม 


สายตาของปีเตอร์มองการกระทำของอีกฝ่ายไว้ได้และไม่มีท่าทีจะป้องกันหรือหลบเลี่ยงราวกับคิดว่าคนเด็กกว่าคงใจไม่กล้าพอที่จะทำร้ายเขาแน่ๆ


หมับ!


แต่ไม่ใช่เลย 


จิตสังหารรุนแรงที่แผ่ออกมาของเดรคนั้นบ่งบอกว่าเขาเอาจริงและไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆ ของสถาบันอีกต่อไปแล้ว


แต่บทลงโทษรุนแรงคงยังไม่อยากกร้ำกรายเข้าหาเด็กหนุ่ม เพราะว่ามือหนาของเรย์เวนที่อยู่ใกล้ไม่ห่างคว้าเอาได้ทันก่อนที่มันจะสร้างความเจ็บปวดให้นักเรียนทหารชั้นปีที่ 4 อย่างปีเตอร์


กฎเหล็กของสถาบันทหาร ถ้าหากทำร้ายร่างกายนักเรียนด้วยกันโดยที่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีตอบโต้โทษมันจะรุนแรงไม่ต่างจากนักโทษที่กระทำความผิดฐานฆาตรกรรมด้านนอกเลยแม่แต่น้อย


 “เรย์เวน!” คนที่ถูกขัดจังหวะหันขวับมาตวาดใส่เพื่อนสนิทที่ห้ามเอาไว้


 “อย่าอารมณ์ขึ้นเพราะเรื่องแค่นี้สิ” เรย์เวนเตือนสติ


 “ใช่แล้ว รุ่นน้องพูดถูกนะ จะอารมณ์ขึ้นทำไมกัน” 


คนที่เมื่อครู่ไม่ทันรู้ตัวว่าศีรษะอาจจะหลุดออกจากบ่ากำลังพูดด้วยสีหน้าทะเล้น


แต่เรย์เวนกลับฉุกคิดขึ้นมา


มันอาจจะไม่ใช่เรื่อง ‘แค่นี้’ ก็ได้


คู่หมั้น งั้นหรือ…?


เลดี้ดาเลียที่เจ้าปีเตอร์พูดถึงคือพี่สาวของเดรคไม่ผิดแน่ ข้าจำได้ แต่ไม่เห็นรู้ว่าเป็นคู่หมั้นกับลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลพาเทนเซีย


จากข่าววงในที่ได้ยินมาว่าดัตเชสคนปัจจุบันของทั้งสองตระกูลเป็นเพื่อนสนิทกันคงไม่ผิดสินะ ไม่คิดเลยว่าจะกระชับความสัมพันธ์กันโดยการให้หมั้นหมายกันเช่นนี้


เรย์เวนครุ่นคิดในใจไปชั่วขณะก่อนจะรั้งแขนของเพื่อนสนิทผมสีน้ำเงินให้ถอยออกห่างจากอีกฝ่าย 


พลังเวทของทั้งสองคนลดลงเรื่อยๆ ทำให้เขาวางใจว่าคงจะไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้น


 “ปีเตอร์” เจ้าของเรือนผมสีขาวเอ่ยเรียกเสียงเรียบนิ่ง


คนที่ถูกเรียกชื่อหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะเล้น


 “หืม ถ้าเรียกว่ารุ่นพี่มันจะน่าฟังกว่านี้นะ” เขาส่งยิ้มหวานให้


เรย์เวนถอนหายใจเบาๆ


 “รุ่นพี่” 


 “ครับๆ ว่าไงเอ่ย” ปีเตอร์ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ราวกับจะรับฟังทุกสิ่งที่คนเด็กกว่าร้องขอ


 “มาเถอะ มาซ้อมดาบกับข้า” นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกคนอย่างไม่เกรงกลัว


ปีเตอร์แสดงสีหน้าดีใจราวกับลูกหมาตัวใหญ่ที่ได้ของเล่นใหม่ไม่มีผิด


 “จริงนะ” 


 “ครับ แต่ว่าถ้าแค่ซ้อมกันเฉยๆ มันจะน่าเบื่อเกินไป มาเดิมพันกันหน่อย” 


เรย์เวนหันปลายดาบไม้ของตัวเองไปเคาะเบาๆ ที่ดาบไม้ในมือของปีเตอร์ก่อนจะยกมันขึ้นพาดบ่า 


 “หากใครทำดาบของอีกคนหลุดมือ จะต้องทำตามที่อีกฝ่ายสั่งโดยไม่มีข้อแม้” 


 “น่าสนใจมากเลย” เจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงพยักหน้ารับอย่างสนใจ


 “แน่นอนว่าข้าอยากให้รุ่นพี่ถอนคำพูดเมื่อครู่กับเพื่อนของข้า” เรย์เวนยื่นข้อเสนอก่อนด้วยท่าทางมั่นใจ


ปีเตอร์รับฟังแล้วทำท่าครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะยิ้มออกมาจนตาปิด


 “ถ้าเช่นนั้น หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องมาเป็นเพื่อนกับข้านะ รุ่นน้อง” 


นัยน์ตาสีแดงเพลิงแฝงไปด้วยความเป็นมิตร


แต่เรย์เวนดูออกว่ารอยยิ้มนั้นจะต้องมีแผนอะไรแอบแฝงอยู่เป็นแน่


 “ได้สิครับ” เขาตอบออกไปอย่างไม่หวั่นไหว


 “เรย์เวน…” เดรคพูดขึ้นพลางแตะบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ อย่างเป็นห่วง


 “อะไรกัน เจ้าคิดว่าข้าจะแพ้ไอ้หมาแดง เอ้ย รุ่นพี่ปีเตอร์งั้นเหรอ” 


ถ้อยคำยั่วโมโหถูกกล่าวออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ทำให้เดรคหัวเราะออกมาเบาๆ 


ในขณะเดียวกัน ปีเตอร์กำลังขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าที่มักจะแสดงออกถึงความทะเล้น ตอนนี้กลับบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน 


เจ้าของเรือนผมสีขาวมองเห็นสีหน้าของปีเตอร์แล้วก็อดที่จะยิ้มเยาะไม่ได้ 


 “รุ่นน้องนี่ปากดีชะมัดเลยแหะ ไม่รู้ว่าฝีมือจะดีอย่างปากหรือเปล่า” 


แววตาของปีเตอร์ดูเปลี่ยนไปจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง นัยน์ตาสีแดงเพลิงของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิต 


เหล่าลูกสมุนด้านหลังคล้ายจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าพากันถอยห่างออกไปมากกว่าเดิม อีกทั้งยังเคลียร์พื้นที่ให้ผู้คนถอยออกไปด้วย


 “ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองเถอะครับ” เรย์เวนตอบกลับก่อนจะหันกลับมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง 


 “หลบไปที ข้าต้องการพื้นที่” เขาเอ่ยขอร้องด้วยเสียงหนักแน่นราวกับออกคำสั่ง


เดรคไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วถอยออกไปยืนดูห่างๆ


เรย์เวนหันกลับไปสบตากับคนที่กำลังจะเป็นคู่ซ้อมดาบ แต่เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าคงจะเรียกว่าคู่ซ้อมไม่ได้ เพราะสายตามีแฝงไปด้วยความโกรธจากการถูกยั่วโมโหเมื่อครู่ของปีเตอร์ มันแสดงออกชัดเจนว่า เรย์เวน คือ คู่ต่อสู้


ทั้งปีเตอร์และเรย์เวนก้าวถอยหลังเพื่อไปตั้งหลักในระยะที่เหมาะสม ก่อนจะปลดปล่อยพลังเวทใส่ดาบไม้ในมือ 


ออร่าสีแดงเพลิงที่แค่เพียงมองด้วยตาเปล่าก็รับรู้ได้ถึงความรุนแรงและแข็งแกร่งกำลังครอบคลุมดาบของปีเตอร์


บรรยากาศรอบข้างพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความกดดันอันท่วมท้นกำลังแผ่กระจายออกมาจากร่างกายส่งตรงให้คู่ต่อสู้อย่างเรย์เวน


เป็นเด็กที่ไม่ธรรมดาจริงๆ


สมกับที่เป็นพาเทนเซีย


คนที่เห็นภาพนั้นคิดในใจ


เรย์เวนก็เริ่มปลดปล่อยพลังเวทใส่ดาบไม้บ้าง ออร่าสีดำสลัวปกคลุมทั่วทั้งดาบไม้จนเริ่มปริแตก เพราะพลังเวทที่รุนแรงเกินกว่าจะรับไหว


วันนี้ข้าจะทำให้รู้ว่าเจ้าคิดผิดแล้วที่จะมาสู้กับข้า


ยังเร็วไปหลายสิบปีนะ 


ไอ้ลูกหมา…








To be continued


วันๆ มีแต่เรื่อง แค่มาซ้อมดาบก็โดนหาเรื่องอีกละลูกแม่ เห้อออออออ เป็นคนน่ารักมันลำบากงี้นี่เองสินะ