จากที่อยากสานฝันเป็นนักดาบกลับต้องผันตัวสู่เส้นทางนองเลือดแค่เพราะอยากปกป้องเขาที่ด้ายแดงแห่งโชคชะตาผลักให้(วิ่ง)ชนกันถึง 2 รอบ แต่วันใดเล่าที่ดาบในมือจะหันคมใส่เขาเสียเอง...เพื่อสำเร็จเป้าหมายของมัน
แฟนตาซี,แอคชั่น,รัก,ชาย-หญิง,วัยว้าวุ่น,7Samurai ,ไม่ฮาเร็ม,ตัวเอกหญิง ,ดาบพูดได้,ญี่ปุ่น,แอคชั่น,รักวัยรุ่น,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
จากที่อยากสานฝันเป็นนักดาบกลับต้องผันตัวสู่เส้นทางนองเลือดแค่เพราะอยากปกป้องเขาที่ด้ายแดงแห่งโชคชะตาผลักให้(วิ่ง)ชนกันถึง 2 รอบ แต่วันใดเล่าที่ดาบในมือจะหันคมใส่เขาเสียเอง...เพื่อสำเร็จเป้าหมายของมัน
ผู้แต่ง
psrpowder
เรื่องย่อ
สวัสดีค่าา เรา psrpowder น้าาา ยินดีที่ได้รู้จักรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ผ่าน(หลง)เข้ามาฮะ!
(เชิญชวนมาติดตามกันได้ที่
Tiktok นะฮะ จะอัพเดตเรื่อย ๆ คับ)
เอาล่ะ….วันนี้เรามีนิยายออริจินอล มานำเสนอ!!
ชื่อเรื่องว่า 7 Samurai (ถ้าสงสัยว่าทำไมชื่อนี้ คงบอกได้แค่ว่าเป็นความเบียวของไรท์เองแหละค่ะ555)
เป็นแนวแฟนตาซี เซ็ตติ้งประเทศญี่ปุ่นยุคปี3000 มีฉากต่อสู้ฟิลใช้ดาบตบตีกันไปมา ชิ้งๆๆ
ผสมความรักแบบวัยใสน่ารัก(มองตาปุ๊ปก็ปิ้งกันปั๊บ!)
แถมปมเรื่องชวนซึ้งใจ (คนอ่านซึ้งมั้ยไม่รู้แต่ไรท์น้ำตาหยด ;-; )
ใด ๆ มันอาจจะไม่ตามกระแส ไม่ตามตลาด แต่เราอยากลงเรื่องที่ตั้งใจสร้างให้ทุกคนได้อ่านจริง ๆ
และอยากขอโอกาสทุกท่านที่แวบผ่านเข้ามา คอยชี้แนะแนวทางให้ไรท์คนนี้ด้วยนะคะ
ปล. เรื่องอาจไม่ได้หวือหวาหรือน่าตื่นเต้น แต่อยากให้จับตา จับมือ จับหูดูการเติบโตของน้อง ๆ ไปด้วยกันน้าา
==============================================
***นิยายเรื่องนี้มีฉากต่อสู้และฉากความรุนแรงอื่น ๆ แทรกในบางตอน***
แต่จะมีการแจ้ง Trigger warning ก่อนเริ่มอ่านทุกครั้ง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
==============================================
ชิสึจิ นาโอริ ตัดสินใจทำตามความฝันวัยเด็ก เธอเลือกสอบเข้าที่โรงเรียนเฉพาะทางสำหรับนักดาบ และได้พบกับคู่หูซึ่งเป็นดาบไม้เล่มหนึ่งที่ต้องตาเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น เลยมอบชื่อให้ว่า จูลิโอ้
และต้องฝ่าฟันทั้งเรื่องเรียน เรื่องครอบครัว เรื่องเฉียดตายไปจนถึง…เรื่องความรัก!? โดยมีเจ้าดาบคู่ใจเป็นสักขีพยานเคียงข้างเสมอ
....แต่ดาบเล่มนี้
ไม่ได้มอบเพียงคู่หูแก่เธอ แต่มอบหลายสิ่งนับไม่ถ้วนโดยไม่รู้ตัว
มันมอบสิ่งที่เลวร้าย บ้าคลั่งและหิวกระหาย
สิ่งที่ยากจะควบคุมและพร้อมจะกลืนกินจิตบริสุทธิ์ของเด็กสาวอย่างเธอ
"ให้ข้า..ได้ลิ้มรสเลือดพวกมันเสียเถอะ"
"ออกไป...ออกไปจากหัวฉัน!"
มันมอบโชคชะตา ให้ได้พบพานใครคนหนึ่งที่แลกชีวิตเพื่อให้เธอปลอดภัย
ผู้เป็นดั่งแสงอันล้ำค่าที่ต้องรักษาไว้แม้ตัวตาย
"เพราะสัญญากันแล้ว...ว่าจะออกไปจากที่นี่ด้วยกัน เลยต้องทำทุกทางไม่ให้เสียเธอไป"
"ฉัน...ปกป้องนายได้ใช่ไหม?"
มันมอบเส้นทางใหม่ที่ดอกซากุระดอกตูมอย่างเธอ...จะได้ผลิบานสะพรั่ง ให้สมดั่งปรารถนา
"ในที่สุดก็ถึงวันนี้....วันที่ฉันไม่ต้องปกปิดอีกต่อไป"
"คุณ...คือใคร?"
มันมอบตัวตน เรื่องราวและสายสัมพันธ์นับไม่ถ้วนให้แก่เธอ แต่ก็จ้องจะช่วงชิงทุกสิ่งไปเช่นกัน
"เพราะนั่น...คือสาเหตุที่มันเกิดมา"
"และมันจะต้องดับสูญ ถ้ากล้าคิดแตะต้องคนที่ฉันรัก!"
==============================================
เนื้อเรื่องช่วงแรกอาจจะสโลว์ไปบ้าง แต่อย่าเพิ่งทิ้งกันน้า ; ^ ;
ใครผ่านเข้ามาอ่านและถูกใจ สามารถเป็นกำลังใจ ติชม แนะนำ ให้นักเขียนฝึกหัดคนนี้ได้นะคะ!
ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ค่า <3 (O w O)
よろしく、psrpowder
กระแสลมพัดพลิ้วใบไม้เป็นเกลียวว่อนไปตามชั้นบรรยากาศ พลันเป็นใจพัดโชยมากขึ้นให้ลานกว้างที่บรรจุผู้คนไว้มากมาย ท่ามกลางความร้อนระอุของศึกชิงชัยของเทศกาลประลองดาบ บัดนี้ผู้แข่งขันทั้งสองกำลังผลัดกันรุกและรับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉวับ!
ฮินาวะง้างดาบใส่คนตัวเล็กกว่าพลันวาดมันลงไปจนแทบมองไม่ทัน ปลายดาบเฉียดแขนเสื้อของนาโอริไปไม่กี่เซนติเมตร แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ถอยห่างพลางหมุนตัวฟาดดาบใส่อีกครั้ง
คราวนี้นาโอริรับมันได้ทันจนอยู่ในสภาพถูกเด็กหนุ่มโถมน้ำหนักใส่ แต่แรงแขนของเธอจะสู้ผู้ชายได้อย่างไร เมื่อต้านไม่ได้สาวเจ้าเลยเลือกจะเอี้ยวตัวหลบ ทว่าด้วยแรงที่อีกฝ่ายทิ้งตัวลงมาดาบของเธอจึงเกือบจะหลุดจากมือ ด้วยความว่องไวนาโอริพลันเปลี่ยนฝั่งด้ามดาบและให้ปลายดาบหันเข้าตัวเองแทน ร่างบางใช้โอกาสนี้กระแทกหัวด้ามดาบใส่หน้าฮินาวะ ทว่าเขากลับใช้มือรับมันได้ง่ายดาย ทั้งสองเลยค้างอยู่ท่านั้นพยายามยืดยุดกัน
“ฉันบีบมือเธอให้แหลกตอนนี้เลยก็ยังได้นะ” ฮินาวะเอ่ยเสียงเรียบ นาโอริรู้ว่านั่นไม่ได้เกินจริง เพราะเธอเห็นมันมากับตาเมื่อครั้งเขาช่วยเธอจากมือปืน แต่มีหรือจะกลัว!
“ทำได้ก็ทำสิ!”
ทันใดนั้นมือหนาจึงออกแรงบีบตามคำขอ พร้อมกับที่นาโอริจงใจปล่อยดาบในมือให้ร่วง ก่อนจะรับมันด้วยมือซ้ายที่ว่างและกระทุ้งใส่ลำตัวของอีกฝ่าย และในที่สุดเธอก็หลุดจากพันธนาการของเขาพลันถอยห่างมาตั้งหลักได้
“หมอนั่นเอาจริงแหะ” นาโอริจ้องมองข้อมือที่แดงก่ำเห็นเป็นรอยนิ้วมือ ทว่าเธอดันประมาทเกินไป หากไม่ได้จูลิโอ้เรียกเตือนสติคงแย่แน่
“อย่าเหม่อสิ นาโอริ!”
ดวงตาสีซากุระเบิกกว้างทันทีที่คู่ต่อสู้เข้าประชิดเธอและวาดดาบใส่ รอบนี้ฮินาวะจงใจตวัดเฉี่ยวหน้าของนาโอริ บังคับให้เธอต้องถอยหลังเพื่อหลบการโจมตี
“ติดกับล่ะ!” เข้าทางอีกฝ่ายที่ใช้ปลายเท้าซ้ายเตะตัดขาคนตัวเล็กจนลอยกลางอากาศชั่วขณะ พริบตาที่นาโอริกระแทกลงพื้น ฮินาวะพลันง้างดาบสูงและเหวี่ยงใส่มือข้างที่ดาบของนาโอริ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนจะกลิ้งหลบออกมาได้ฉิวเฉียด ไม่เช่นนั้นแขนเธอคงแหลกเหมือนพื้นดินที่ยุบตัวเป็นแน่
นาโอริอาศัยช่องโหว่ชั่ววินาทีกระโจนเข้าไปรัดคอฮินาวะจากด้านหลัง สองขารัดลำตัวเขาไว้แน่นพร้อมกับออกแรงแขนยิ่งขึ้น คนโดนรัดเหวี่ยงตัวไปมากับสุดแรงแต่มือของเด็กสาวเหนียวยิ่งกว่ากาว ฮินาวะตั้งท่าจะเหวี่ยงดาบใส่นาโอริทว่าเขากลับไม่ทำ และเลือกที่จะดึงแขนเล็กของเธอให้คลายจากคอตัวเอง ก่อนจะส่งแรงทุ่มตัวอีกฝ่ายลงไปนอนกับพื้นพร้อมคร่อมร่างบางเอาไว้ พลันใช้ดาบของตนกดแรงต้านดาบของเด็กสาวไม่ให้ขยับ
“ฉันไม่ใช่ม้านะจะได้ขี่หลังตามอำเภอใจ”
“อ้อเหรอ...งั้นไม่ขี่ก็ได้!”
สิ้นประโยคขาเรียวจึงตวัดเข้าหากันหนีบศีรษะของฮินาวะ และเกร็งตัวโยนอีกฝ่ายลอยข้ามหัวลงไปกลิ้งตลบอยู่กับพื้น นาโอริใช้จังหวะนั้นดีดตัวลุกขึ้นและกระโดดถอยออกมา ครั้นต้องขนลุกซู่พลันกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ยามเห็นสีหน้าเรียบสงบของฮินาวะที่พยุงตัวจากพื้น เพราะนาโอริคล้ายจะเห็นรังสีอำมหิตจาง ๆ แผ่จากอีกฝ่าย
ทั้งสองพลันยืนนิ่งไม่ไหวติงประดุจลองเชิง หากฝ่ายใดขยับก่อนอาจจะเสียท่าจนแพ้ก็เป็นได้...
“จูลิโอ้” นาโอริเอ่ยชื่อคู่หูเบาหวิว พลันสูดหายใจเข้าลึกและปรับให้สม่ำเสมอ เธอใช้โอกาสนี้เพ่งสมาธิไปที่สัมผัสสากมือของดาบ แม้ดวงตากลมจะยังจับจ้องฮินาวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแต่จิตของเธอนั้นกลับรวมอยู่ที่สองมือ
ราวโลกทั้งใบเงียบสงัด บัดนี้มีเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มและสายลมโชยเท่านั้นที่ดังที่สุด นิ้วเรียวกระชับดาบในมือ รูม่านตาขยายกว้าง ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยให้พอเป็นทางผ่านอากาศ กระแสลมพัดพาเส้นผมให้พลิ้วไสวรับกับใบหน้านิ่ง
ภาพของนาโอริในตอนนี้เปลี่ยนสีหน้าไร้ความรู้สึกของฮินาวะให้ต้องขมวดคิ้วจนเป็นปม เม็ดเหงื่อไหลเยิ้มข้างขมับผิดกับสภาพอากาศ วินาทีนั้นนัยน์ตาสีแดงเลือดเป็นต้องสั่นไหวพลันเม้มริมฝีปากแน่นอย่างช่วยไม่ได้
“นั่น…ใช่การประสานจิตแน่เหรอ” แววตาคมจ้องเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้า
“ทำไมมันเหมือนเป็นคนละคนมากกว่าล่ะ?”
ไม่ใช่แค่ฮินาวะเท่านั้น แม้แต่เด็กหนุ่มสูงศักดิ์ที่อยู่ในอาคารชมวิวยังจับสังเกตท่าทีเปลี่ยนไปนั้นได้ เจ้าตัวรีบก้าวจากที่ร่มด้านในมายังระเบียงโล่งใกล้กับตัวสนาม ทำเอาเหล่านายทหารต้องวิ่งหน้าตั้งตามกันมา ดวงตาสีนิลหรี่ลงอย่างพินิจพลันเห็นสีหน้านิ่งเรียบ ต่างจากก่อนหน้าที่ยังร้อนรนหวั่นเกรงคู่ต่อสู้อยู่หลัด ๆ ประดุจร่างบางในสนาม ณ ตอนนี้ไร้ซึ่งความกลัวต่อสิ่งใด
“แปลก...” เขาพึมพำพลางวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ในหัว ทว่าความคิดนั้นเป็นต้องหยุดเมื่อนาโอริเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง
มือเรียววาดขึ้นสูงและฟาดใส่คนตรงหน้าสุดแรง เกิดเป็นเสียงกังวานไปทั่วไม่พอยังตามด้วยเท้าข้างซ้ายตวัดเข้าสมทบ ฮินาวะรีบกระโดดถอยห่างและตั้งท่ารับการจู่โจมของนาโอริที่จะเข้ามา
ปัก!
ดาบสองเล่มปะทะกันไปมา ต่างฝ่ายต่างหลบเลี่ยงการโจมตีและเป็นฮินาวะที่กำลังเสียเปรียบ เขากระชับดาบแน่นพลันเชื่อมประสาทรับรู้เข้ากับคู่หูของตนเร็วกว่าที่เด็กสาวทำได้หลายเท่า ก่อนจะรับรู้ว่าทุกการโจมตีของนาโอริมีแต่จะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนน่ากลัวว่าอาจจะส่งผลถึงร่างกายของเธอเอง
“เป็นเพราะดาบงั้นเหรอ?...” นัยน์ตาสีแดงเลือดลอบมองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในมืออีกฝ่าย หากสามารถใช้มือของเขาดึงดาบออกจากมือเด็กสาวได้ เขาคงทำไปแล้ว
เด็กหนุ่มกัดปากแน่นก้มหลบวิถีดาบที่วาดเป็นแนวนอน พลันใช้โอกาสนั้นกระแทกดาบใส่ลำตัว จนนาโอริต้องก้มหน้างอตัวก่อนจะอ้อมไปด้านหลังและง้างดาบสูง หวังจะปัดดาบในมือให้กระเด็นแต่แล้วด้วยความไวผิดคาด นาโอริจึงสามารถหันมารับดาบของเขาได้ทันเวลา สองฝ่ายจึงกลับมาอยู่สภาพที่โต้แรงกันอีกครั้ง
“คุรากะทนอีกหน่อยนะ!” เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคู่หู ครั้นเขาสัมผัสถึงความหนักอึ้งของลมหายใจ บ่งบอกว่าการเชื่อมจิตของพวกเขาใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที
“อยู่แล้ว!”
ได้ยินคำตอบแจ่มชัด เรี่ยวแรงของฮินาวะพลันถูกเสริมด้วยความช่วยเหลือจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์ มือหนากระชับดาบแน่นดวงตาสีเลือดจับจ้องดาบของอีกฝ่ายรอจังหวะที่เหมาะสม
กระทั่งอีกฝ่ายเผลอผ่อนแรงลงในชั่วขณะ....
“เจอล่ะ!” เขาเอ่ยพร้อมกับส่งแรงอีกครั้งดันให้คนตัวเล็กกว่าเซไปข้างหลัง หางตาคมเบี่ยงตามมือขวาที่ถือดาบของอีกฝ่าย ฮินาวะสูดหายใจเข้าลึกและเกร็งกล้ามเนื้อแขนขวาก่อนลงตวัดดาบเข้าใส่มือเรียว
ฟึบ!
“อึก!”
วินาทีนั้นแสงเจิดจ้าพุ่งตัวปกคลุมดาบในมือของเด็กหนุ่ม พร้อมกับความเบาหวิวที่แปรเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง ใบมีดคมกริบสีเงินวาวสะท้อนแดดจ้าในยามบ่าย รับกับโกร่งดาบลายดอกบ๊วยเคลือบสีดำขลับ เช่นเดียวกับด้ามดาบถักทอด้วยด้ายสีดำเป็นเงา เล่นเอาผู้คนทั่วสนามต้องเบิกตาอ้าปากค้างตาม ๆ กัน
เพราะบัดนี้ดาบของ โมโมเสะ ฮินาวะ ได้ถูกปลดผนึกออก และมันกำลังจะสัมผัสเข้ากับข้อมือเล็กของนาโอริ
“!!” ฮินาวะเพ่งจิตครั้งสุดท้ายตอบสนองให้ไวขึ้น เขารีบพลิกสันดาปทื่อให้ชนกับมือนั้นแทน จนท้ายที่สุดดาบของนาโอริพลันกระเด็นลิ่วไปตกแทบจะขอบสนาม ส่วนเด็กสาวนั้นก็ล้มลงไปนอนอยู่กับพื้นแล้ว
และทุกอย่างเงียบจึงสงัดราวกลั้นหายใจ กระทั่งเสียงแห่งความปีติระเบิดออกมา
“เฮ้!”
เสียงเฮลั่นสนามดังขึ้นอีกคราจนแก้วหูสั่นไหว ผู้คนต่างลุกขึ้นดีใจพลางปรบมือระรัวให้กับการต่อสู้ที่เร่าร้อนนี้ หนำซ้ำพวกเขายังได้มีโอกาสเห็นการปลดผนึกดาบ ซึ่งเป็นที่เล่าลือกันด้วยตาตนเองไม่มีอะไรจะตื่นตาไปมากกว่านี้อีกแล้ว!
“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ครับว่าจะได้เห็นการปลดผนึกดาบกันในสนามแข่งแบบนี้!” เสียงประกาศดังจากลำโพงใหญ่ แม้แต่เขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กับคนดูในสนาม
“แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราก็ได้ผู้ชนะในเทศกาลประลองดาบครั้งนี้แล้ว นั่นก็คือ โมโมเสะ ฮินาวะ ครับ!”
เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่องให้กับผู้ชนะ ทว่าตัวเขานั้นหาได้สนใจมัน ครั้นเห็นเธอสำลักจนนอนตัวงอ ร่างสูงรีบจ้ำเข้าไปใกล้นาโอริที่ยังคงนอนอยู่
“เฮือก!” ริมฝีปากบางพะงาบรับอากาศปนกับไอคอกแค่กอยู่เช่นนั้น ก่อนจะได้ฮินาวะช่วยพยุงให้ลุกขึ้นมานั่ง
“เธอไหวไหม?”
“ไหว...” นาโอริเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาสีแดงเลือดหรี่ลงพลันจับจ้องคนตรงหน้า สภาพของเธอนั้นกวนใจเขาเป็นที่สุดยังไม่นับภาพการต่อสู้เมื่อครู่ ที่ทำเอาเขาเกือบถึงขีดจำกัดของตัวเอง
ขณะที่ครุ่นคิดอยู่เสียงนาโอริที่เรียกชื่อคู่หูของเธอดึงความสนใจไป ฮินาวะจะรีบพยุงร่างบางไปยังบริเวณที่ดาบหล่นอยู่ เขาจำเป็นต้องให้เธอหยิบมันเอง ไม่เช่นนั้นมือของเขาอาจพุพองเพราะไปจับดาบของคนอื่นเอาได้
“นาโอริ เธอเป็นอะไรไหม?” จูลิโอ้เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน ซึ่งเด็กสาวก็ตอบรับแผ่วเบา ก่อนจะเหน็บคู่หูไว้ที่เอวตามเดิมพลันหันมามองเพื่อนหนุ่มข้าง ๆ ตัว
“นี่ฉันแพ้งั้นเหรอ?”
“อือ...ไม่รู้ตัวเลยเหรอ?” ฮินาวะเลิกคิ้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“ฉันรู้ตัวนะ แต่เหมือนทุกอย่างเคลื่อนไหวช้าไปหมดเลย พอกะพริบตาแล้วทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมฉันก็ลงไปนอนกับพื้นแล้ว” แม้จะไม่เข้าใจสิ่งที่นาโอริกล่าว แต่ก็ยอมที่จะปล่อยมันไปก่อนเพราะสภาพของเธอดูไม่สู้ดีนัก
ฮินาวะรีบพาเด็กสาวเดินกลับเข้าไปในอาคารเพื่อพักผ่อน ทว่าไม่นานกลับมีนายทหารสองคนวิ่งตามเข้ามาหาพวกเขา ก่อนจะถามอาการของนาโอริและมอบยาขวดหนึ่งให้กับเธอ
“องค์รัชทายาททรงมีรับสั่งให้นำสิ่งนี้มาให้เธอและตรัสว่าให้ดื่มทันทีจะได้มีเรี่ยวแรงขึ้น” พวกเขากล่าวเสร็จก็ขอตัวลากลับไป ปล่อยให้นาโอริและฮินาวะยืนกะพริบตาปริบ ๆ
นาโอริจ้องมองขวดยาอยู่พักหนึ่งพลันชะโงกหน้าไปนอกประตู ดวงตาสีซากุระสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลอย่างจังราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องมองขึ้นมา เด็กหนุ่มสูงส่งมีสีหน้าเรียบนิ่งแต่ยังคงจ้องมาไม่วางตา จนเป็นด้านของนาโอริที่ต้องละสายตาหนีแทน เพราะรู้สึกเหมือนจะพ่ายแพ้ให้สายตาอีกฝ่ายยังไงก็ไม่รู้
“ถึงกับมีเซอร์วิสเอายามาให้เลยเรอะ” เด็กสาวพึมพำ
“ก็นะ สภาพเธอเมื่อกี้แย่มากจนคิดว่าจะช็อกตายคาสนามเสียด้วยซ้ำ” นาโอริเป็นต้องเบ้ปาก ก่อนจะกระดกยกที่ได้รับมาจนหมดขวด น่าแปลกใจที่มันมีรสชาติหวานลื่นคอกว่าที่คิดเอาไว้ แถมอร่อยด้วย
“รีบไปพักเถอะ เดี๋ยวต้องออกมารับรางวงรางวัลอีก เป็นลมไปจะแย่เอา” ฮินาวะเอ่ยพลางใช้มือดันหลังของอีกฝ่ายให้เดินเร็วขึ้นจะได้ไม่โอ้เอ้ จนในที่สุดทั้งสองจึงได้มานั่งพักในห้องล็อกเกอร์
“แล้วก็อย่าลืมติดต่อยัยนั่นด้วยล่ะ”
“ยัยนั่น...อ้อ ซากิน่ะเหรอ จริงด้วย” ว่าแล้วมือเรียวจึงยกมือถือคู่ใจออกมาแนบหูก่อนจะได้ยินเสียงของเพื่อนสาวจากปลายสาย
“นาโอะจังเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม!? ฉันเห็นเธอหอบอยู่กับพื้นน่ะ แล้วตอนนี้...”
“จ ใจเย็น ๆ ก่อนซากิ ฉันดีขึ้นแล้ว” นาโอริถึงกับหัวเราะแห้งทันทีที่เพื่อนของเธอร่ายประโยคยาวใส่
“ดีขึ้นแล้ว? แปลว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ใช่ไหม”
“ก็มีนิดหน่อยแหละแต่ได้ยาไปแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ” เสียงปลายสายถอนหายใจดังจนได้ยินทะลุมาก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง
“นาโอะจัง”
“หือ?”
“โอะสึคาเระ(ขอบคุณที่เหนื่อยนะ) เธอเก่งมากเลยรู้ไหม” ซากิวาดยิ้ม คำพูดนั้นเป็นดั่งหยาดน้ำรินลงพื้นดินแห้งให้ชุ่มชื้นได้อีกครั้ง นาโอริเองก็ฉีกยิ้มกว้างตอบรับเพื่อนสาวของเธอ
หลังจากสองสาวพูดคุยฆ่าเวลา ร่างกายของเด็กสาวที่ได้ยาไปจึงเริ่มฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณองค์ชายหนุ่มที่มอบมันให้ ในที่สุดพิธีมองรางวัลจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเสียงปรบมือกับพลุกระดาษโปรยปรายแก่ผู้ชนะทั้งสอง ฮินาวะได้รับเหรียญทองไปครองและนาโอริที่เป็นรองชนะเลิศก็ได้เหรียญเงินไป
“ดื่มไปแล้วดีขึ้นหรือเปล่า?” เสียงเสนาะหูดังมาจากองค์ชายรัชทายาท ซึ่งเพิ่งจะมายืนอยู่ตรงหน้านาโอริ
“พ เพคะ ต้องขอบคุณยานั่นหม่อมฉันเลยอาการดีขึ้น” เด็กสาวตอบเก้ ๆ กัง ๆ เพราะนอกจากจะเกร็งแล้วตนยังมีชนักปักหลังเรื่องที่ไปพูดไม่ดีกับเขาอยู่
“มันไม่ใช่ยาอะไรหรอก ก็แค่น้ำเชื่อมสกัดจากผลไม้ที่เราได้มาน่ะ”
“เอ๊ะ แล้วทำไมมันถึงดูได้ผลขนาดนั้น...”
“เป็นเพราะเธอใช้แรงเพ่งจิตมากเกินไป มันก็เหมือนกันคนออกกำลังแล้วขาดน้ำตาลนั่นแหละ” เด็กหนุ่มอธิบายพร้อมกับคล้องเหรียญให้กับเด็กสาว ก่อนจะจ้องดวงตากลมไม่วาง
“ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ยังไงก็ยินดีด้วยถึงจะเป็นที่สอง แต่เธอก็ทำให้เราสนุกกับการแข่งมาก” องค์ชายสูงศักดิ์เอ่ยและท่าจะเดินไป ทว่าเขากลับหยุดเท้าพลันหันกลับมาหา
“อ้อ แล้วก็ขอบคุณเราด้วยที่ไม่คิดจับเธอข้อหาหมิ่นประมาทน่ะ” คำพูดนั้นทำเอาสาวเจ้าขนลุกซู่ เพราะไม่คิดว่าเขาจะเอามาพูดตรงนี้ นาโอริเหงื่อแตกพลั่กรอจนเขาผู้นั้นเดินห่างไปแล้ว จึงลอบถอนหายใจสุดปอดก่อนจะก้มมองเหรียญเงินบนคอ รอยยิ้มเบิกบานปรากฏแม้จะไม่สามารถชนะฮินาวะได้แต่ก็ถือว่ามาไกลมากแล้ว
แต่เดี๋ยวก่อน....
“ถ้าฉันไม่ชนะ...” เด็กสาวพึมพำ ก่อนจะหันขวับไปมองคนข้างตัวอย่างรวดเร็ว
“งั้นนายก็จะไม่ยอมสอนฉันงั้นสินะเนี่ย โธ่เอ๊ย!” มือเรียวกุมศีรษะพลางส่ายไปมา
“ก็ไม่สอนน่ะสิ”
“อึก...อยากจะเถียงแต่เถียงไม่ออกเลย...”
“แต่จะช่วยฝึกแทน” เสียงต่ำกล่าวเรียบ ๆ รอจังหวะให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวเอง
“อ๊า ไม่สอนแต่จะช่วยฝึก...ฝึกเหรอ?” ฮินาวะทำเพียงพยักหน้าให้ และเดินนำเธอเขาไปยังที่ตึก ไม่นานนาโอริจึงวิ่งตามทันและรัวคำถามใส่เขา เพราะเธอกำลังสับสนหลาย ๆ สิ่ง ว่าสรุปเขายอมรับคำขอของเธอหรือยังไงกันแน่
“เป็นการตัดสินใจของฉันเองต่างหาก ไม่เกี่ยวกับที่ท้ากันไว้” ฮินาวะเอ่ยพลันเหลือบมองคนตัวเล็กกว่า เขาเว้นจังหวะหายใจก่อนจะเอ่ยต่อ
“เพราะเธอมีทักษะมากอยู่แล้วไม่ถึงขั้นต้องสอนหรอก แค่ช่วยขัดเกลาก็พอ แน่นอนว่าทั้งเธอแล้วก็...โฮชิด้วย”
“โหย นายยอมสอนให้ทั้งฉันกับซากิเลยเหรอเนี่ย นี่มันพ่อพระมาโปรดชัด ๆ เลย!” นาโอริยิ้มร่าพร้อมแววตาเป็นประกายวิบวับ ทว่าไม่ทันไรก็ต้องเลิกคิ้วสูง ครั้นสังเกตว่าตอนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อแจ็คเก็ตของชุดวอร์มอยู่
“เสื้อนอกไปไหนน่ะ? ทำไมเหลือแต่เสื้อยืด”
“อ้อ...” เด็กหนุ่มตอบรับพลันเอื้อมมือสัมผัสที่ดาบข้างเอวซึ่งตอนนี้มันถูกห่อไว้ด้วยผ้าสีแดงเลือด นาโอริจดจ้องอยู่นานสองนานก่อนจะสังเกตด้ามดาบที่ไม่ใช่วัสดุไม้อีกแล้วและแทนที่ด้วยด้ายสีดำมันวาว
“ดาบนาย!? ทำไมถึงเป็นแบบนั้น”
“ฉันปลดผนึกมันได้ตอนสู้กับเธอน่ะ มือเธอเกือบจะโดนฟันขาดแล้วด้วย” เด็กสาวรีบลูบคลำข้อมือของตนที่เกิดรอยช้ำจนเริ่มแดง ดวงตากลมจับจ้องดาบคาตานะที่เอวอีกฝ่ายไม่วาง พลางรู้สึกเสียดายที่ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นกับตา
“ว่าแต่นายเอาเสื้อมาห่อไว้ทำไมอ่ะ?”
“เพราะมันไม่มีฝักดาบน่ะสิ เดี๋ยวก็โดนบาดกันตาย” ฮินาวะเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ ทำเอาสาวเจ้าต้องเบ้ปากกับท่าทางสบายใจของฮินาวะ นาโอริได้แต่คิดว่านี่เขาจะไม่ดีใจกับเรื่องนี้สักหน่อยเหรอ?
.
.
.
ดวงตะวันได้บอกลาคนเบื้องล่างและหายลับจากขอบฟ้าไป เช่นเดียวกับงานเทศกาลแสนตื่นเต้นเร่าร้อนก็เป็นอันต้องบอกลา แต่มันก็ได้สร้างความทรงจำมากมายไว้ให้แก่ทุกคนในงานอีกครั้ง บัดนี้เหล่านักแข่งทั้งหลายต่างพากันกลับไปพักผ่อนที่หอพักและดำเนินกิจวัตรยามเย็นดั่งเช่นทุกวัน
ทว่ากิจวัตรในวันนี้ของนาโอริกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยจากมารดาและเพื่อนสาว ที่ระดมคำถามใส่เธอทั้งทางข้อความ โทรศัพท์ ไปจนถึงถามปากเปล่าตั้งแต่ที่เธอกลับถึงห้อง ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเธอจะต้องหมดไปอีกครั้งกับคำถามเหล่านี้ แต่มันก็ทำให้เด็กสาวใจชื้นและยิ้มร่าได้เท่านั้นคงเพียงพอแล้วกระมัง
รู้ตัวอีกทีเจ้าของเรือนผมสีเปลือกไม้ก็ได้ผ่านมรสุมความห่วงใยมาและนอนแผ่อยู่บนเตียงนุ่มเสียแล้ว
“สภาพตอนนั้นทำเอาฉันเป็นห่วงเลยนะ” อาวุธศักดิ์สิทธิ์กล่าวปนหัวเราะดึงความสนใจจากนาโอริไป
“นั่นสิ...ทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้นะ” เด็กสาวหวนนึกถึงความรู้สึกเมื่อหลุดจากการประสานจิตกับคู่หู มันช่างเหมือนกับการตื่นจากฝันที่ลึกเอามาก ๆ ความทรมานราวหยุดหายใจไปชั่วขณะเธอไม่มีวันลืมได้เลย
“ฉันไม่รับรู้ความรู้สึกอะไรคงจะตอบได้ยาก...”
“อือ เอาไว้ค่อย...ว่ากัน” เสียงนุ่มเลือนหายกับเสียงเครื่องปรับอากาศ บัดนี้เด็กสาวเรือนผมสีเปลือกไม้ไม่สามารถต้านความเหนื่อยล้าได้อีกต่อไปและเข้าสู่นิทราในที่สุด
“เฮ้อ ฝันดีก็แล้วกันนะ นาโอริ” จูลิโอ้เอ่ยเบาหวิว ก่อนจะเงียบหายไปปล่อยให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศบรรเทาความล้า และกล่อมเด็กสาวคนนี้ให้ฝันหวาน
.
.
.
ฟิ้ว
สายลมพัดคลอกลีบดอกสีชมพูอ่อนปลิวสัมผัสใบหน้านวล ทำให้ดวงตาสีซากุระเบิกขึ้นพลันพบว่าตนเองนอนอยู่กับพื้นที่โรยด้วยกลีบดอกสีชมพูอ่อน มือเรียวเอื้อมหยิบกลีบเล็กนั่นขึ้นมาอย่างเบามือและพลิกมันดู
“ซากุระเหรอ?” เสียงนุ่มที่เปล่งออกมากังวานทั่วจนเจ้าตัวต้องใช้มือปิดปาก เธอใช้สายตากวาดมองไปทั่วจนพบกับต้นซากุระสูงใหญ่ มันเป็นต้นเดียวกับความฝันในครั้งก่อนทว่าครานี้กลับดูใกล้เข้ามาหน่อยหนึ่ง
ร่างบางลุกขึ้นจากกองดอกไม้พลันก้าวเดินไปหาต้นซากุระตรงหน้า แต่ยิ่งเดินเท่าใดระยะทางก็ไม่ได้สั้นลงเลย จนขาสองข้างเริ่มล้าและจำเป็นต้องหยุดพักเพื่อหายใจ ก่อนจะเงยหน้ามาพบกับชายผู้มีเรือนผมชมพูดุจซากุระ เขาอยู่ใกล้ขึ้นกว่าฝันครั้งแรกแต่ก็ยังคงห่างเกินกว่าจะเห็นหน้าตาได้ชัด ชายหนุ่มหันกลับมามองนาโอริที่อยู่ด้านหลังพร้อมกับส่งรอยยิ้มแสนอ่อนโยนให้เธอ ไม่นานริมฝีปากหนาจึงเริ่มขยับเป็นคำพูด
“ฉัน...”
“ภูมิใจในตัวเธอนะ นาโอริ”
“คุณคือ...ใคร?” นาโอริหรี่ตาลงอย่างพินิจ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็มองไม่ออกอยู่ดี
“อีกไม่นาน...”
“เราจะได้พบกัน”
to be continue...
つづく、psrpowder