น้ำหยดลงหินทุกวัน หินบอกรำคาญ แต่ถามว่าจะหยุดไหม ก็...ไม่จ้ะ! //ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างไหม~~
รัก,ตลก,ชาย-หญิง,วัยว้าวุ่น,ไทย,รักวัยรุ่น,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
คู่แข่งกลับมาแล้วนะคุณผู้ชม (2)
จันทร์เจ้าแม่สาวดาวมหา'ลัยเป็นผู้ผูกขาดบทสนทนาทั้งหมด ส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องที่เจ้าตัวไปแลกเปลี่ยนมานั่นแหละ ใช้ชีวิตยังไง กินนอนยังไง มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง บลา ๆ ๆ
ขณะที่ฉันนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยด้วยความหิวโหย ขนาบข้างด้วยเตย์และ
เธียรที่ก็เจริญอาหารไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเธียรที่เริ่มลามมาฉกฉวยเอาลูกชิ้นในถ้วยของฉันไป
"เอ๊ะ!" จิกตาใส่สิคะนาทีนี้ เจ้านี่ก็ไม่มีสะทกสะท้านหัวเราะชอบใจพลางงับลูกชิ้นเข้าปาก
"อื้ม อาหร่อยยยย" คนนิสัยไม่ดีทำหน้ากวน
"เพื่อ? คุณพี่ทำเพื่ออะไรค่ะ"
"เพื่อความสนุกสิครับคุณน้อง" พูดแล้วก็หัวเราะปากกว้าง
ทำให้ทั้งโต๊ะที่กำลังสนใจจันทร์เจ้าพูดอยู่นั้นหันมามองเราสองคนแทน
"เดี๋ยวก็ได้ตีกันจริง" ทิศเหนือว่า
"เธอดูเหมาะกับไอ้เธียรมากกว่าไอ้เตย์อีกนะ สดใส ๆ ไม่ควรมาจมปลักอยู่กับคนเย็นชา" เป็นหนึ่งแซวแต่เหมือนจะประชดอีกคนมากกว่า
"กับตาบ้านี่ละไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่าค่ะ ยังไงเราก็รักเตย์ไม่เปลี่ยนแปลง จุ๊บ ๆ" ว่าแล้วก็หันไปจุ๊บลมใส่คนข้างกาย
"ง่อววว เป็นไงเตย์ น่ารักป่ะ" พบพานถามเพื่อนตัวเอง ชงเข้มน่าให้รางวัลซะจริง
"ธรรมดา" แล้วเขาก็ดันตอบกลับด้วยนะ
"ฮ่า ๆ ๆ เตย์เนี่ยล่ะก็เอาความจริงมาพูด" ฉันหัวเราะชอบใจเพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ได้มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามเท่าไรนัก
"โทษนะ ไม่คิดจะมีใครแนะนำให้เรารู้จักเลยเหรอ ไม่อยู่แค่ปีเดียวเหมือนจะมีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเลยแฮะ" จันทร์เจ้าเอ่ยขัดจังหวะ เธอพูดพลางมองมาที่ฉันก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตรส่งมาให้
"นี่คือกุ๋งกิ๋ง เป็นคนที่ตามจีบเตย์มันอยู่น่ะ ส่วนกุ๋งกิ๋งนี่คือจันทร์เจ้า เธอรู้จักอยู่แล้วใช่ไหม" เธียรแนะนำให้เรารู้จักกันและตบท้ายด้วยประโยคคำถาม คงเดากันได้อยู่แล้วแหละมั้งว่าฉันต้องรู้จักเธอแน่
"รู้จักสิค่ะ ดาวมหา'ลัยปีก่อน ดังจะตาย ตีคู่มากับเตย์เลยช่วงนั้น" ฉันบอกพร้อมกับยิ้มให้เธอ
เป็นคนที่สวยมากจริง ๆ สวยจนต้องหันมองเตย์เพื่อดูว่าเขามีท่าทียังไงหรือหลงไหลในใบหน้านั้นหรือไม่
ปรากฏว่า...
"มองอะไร"
เขาเป็นฝ่ายมองฉันอยู่ก่อนแล้วนั่นเองซึ่งไม่น่าเชื่อเลยฮะ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ฉันถลำลึกได้ไง เล่นกับหัวใจกันเกิ๊น!
"มองคนหล่อ" ฉันตอบพลางขยิบตาให้ ทำเอาเจ้าตัวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง ฉันเลยหัวเราะชอบใจที่ทำให้เขาแสดงสีหน้าอื่นออกมาได้
"ดูเข้ากันดีจัง เราหวังว่ากุ๋งกิ๋งจะไม่เข้าใจผิดเรื่องที่เรากับเตย์ถูกจับจิ้นกันหรอกนะ" แววตาของจันทร์เจ้าดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่เลย ๆ"
มั่นใจในฐานะที่ตามดูเขามานานตลอดสี่ปี
"หรือต่อให้เขาชอบเธอเราก็ไม่ติด ขอแค่เอ่ยบอกตรง ๆ เราจะเลิกตามแล้วไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย"
พูดจริงนะ ขอแค่เขามีความสุขกับสิ่งที่เลือกเราก็โอเค เสียใจแหละแต่ไม่เป็นไร ผิดหวังแต่เดี๋ยวก็ทำใจได้ ใช้เวลาไม่นานหรอก
"จริงเหรอ ถ้าเตย์บอกว่าให้เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว เธอก็จะหยุดแล้วไม่มายุ่งกับมันอีกจริง ๆ ใช่ป่ะ" พบพานถามเหมือนไม่เชื่อ
"ใช่! แต่ว่า ๆ แต่ว่าอย่าเพิ่งพูดเถอะ ขอเวลาให้เราได้อยู่ใกล้เธออีกสักหน่อย แต่ถ้าอึดอัดจริง ๆ ก็บอกมาได้เลยนะคะเตย์"
เป็นอีกครั้งที่ทุกสายตาจับจ้องไปยังเขา คาดคั้นเอาคำตอบทางสายตา ซึ่งเขาไม่พูดแน่นอน รวบช้อนส้อมเพราะอิ่มแล้วจากนั้นหยิบมือถือมาเปิดดูนั่นดูนี่แทน
ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
พวกเพื่อน ๆ ที่รู้จักนิสัยดีก็พากันยกยิ้มแล้วพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าฉันสามารถไปต่อได้
"ไม่น่าเชื่อเลยอะ คนอย่างทมโภลีที่ขึ้นชื่อเรื่องปฏิเสธคนจะมีมุมแบบนี้ด้วย แสดงว่ากุ๋งกิ๋งเข้าตาสินะ" จันทร์เจ้าว่าพลางหัวเราะล้อเลียน ดูชอบใจและยกนิ้วโป้งส่งมาให้
แบบนี้แสดงว่าฉันทำถึงค่ะคุณผู้ชม!
ตอนแรกฉันมองว่าเจ้าหล่อนเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว เป็นศัตรูหัวใจที่ไม่มีวันชนะได้ พอเห็นท่าทีตอนนี้แล้วน่าจะสบายใจได้แหละ
ก็หวังว่าจะไม่คิดอะไร ไม่งั้นฉันแพ้แน่นอน เป็นเศร้าเลยจ้า ฮืออออ
เวลาต่อมา
"กุ๋งกิ๋งเอ๊ย ดังใหญ่แล้วทีนี้" น้ำเงี้ยวว่าหลังจากเห็นเพจมหา'ลัยเอารูปแล้วก็ประวัติของฉันไปลง
"คอมเมนต์แม่งโคตรท็อกซิก อย่าเข้าไปอ่านเด็ดขาดเลยนะเว้ยกิ๋ง" ลูกเจี๊ยบเงยหน้าขึ้นมาเตือน
"พวกห่านี่จะไปรู้อะไร อย่างมากก็ได้แค่ด่าคนอื่นในโซเชียล พอต่อหน้าตายังไม่กล้าสบเลยมั้ง" พาสเทลดูจะอารมณ์เสียมากทีเดียว
หลังจากกินข้าวกลางวันกับเตย์เสร็จทุกคนก็แยกไปตามทางใช่ไหมล่ะ รวมถึงฉันแล้วก็แก๊งเพื่อนด้วยที่พากันมานั่งเล่นที่สวนสาธารณะข้างมหา'ลัย แล้วอีกเดี๋ยวก็จะพากันไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ห้าง มีวันว่างตรงกันทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้ม
แต่ตอนนี้ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับเพจมหา'ลัย ในขณะที่ฉันนอนหนุนตักของสามไถหน้าจออ่านการ์ตูน ปากก็อ้ารับขนมที่เพื่อนรักป้อนให้อย่างเพลิดเพลินใจ
"ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกทุกคน อยากด่าก็ด่าไป รักใครเชียร์ใครเชิญตามสบายโล้ดดด"
ตราบใดที่ไม่มาคุกคามกันก็ด่าไปเถอะ ส่วนใหญ่ก็คงจะบลูลี่รูปร่างหน้าตาตามประสาผู้ที่ไร้อารยะนั่นแหละ ขอให้ได้ด่าให้ได้ว่า เอาความสะใจเป็นแรงผลักดันชีวิตไปวัน ๆ
"แกก็ชิลเกิน" สามว่า
"ก็เราไม่ใช่คนดัง ทำไมเราต้องแคร์"
"เออ ก็จริง" ลูกเจี๊ยบพนักหน้าเห็นด้วย
"งั้นก็ช่างมันเหอะ สรุปว่าแม่สาวดาวคนสวยคนนั้นน่ะใช่คู่แข่งแกไหม" น้ำเงี้ยวเอาโทรศัพท์มือถือเก็บใส่กระเป๋า
"เหมือนจะไม่ใช่นะ พอรู้ว่าเราตามจีบเตย์ก็ไม่ได้มีทีท่าหึงหวงหรือออกอาการอะไร"
"ก็ขอให้เป็นแบบนั้นไปตลอดแล้วกัน" น้ำเงี้ยวคงสงสัยนั่นแหละ
"ยิ่งคนจิ้นยิ่งคนเรียกร้องให้คบกันก็หวังว่าสองคนนั้นจะไม่ไหลไปตามน้ำ" สามก็กลัวจะเป็นแบบนั้น
"นิสัยของเตย์เป็นคนชัดเจน ถ้าจะคบก็คงคบไปนานแล้ว" พาสเทลว่า
พวกเราน่ะรู้จักเขาดี ตามดูมาตั้งแต่มอสี่เชียวนะ เพราะฉะนั้นสบายใจได้ เตย์ไม่มีทางชอบจันทร์เจ้าหรอก และไม่มีทางชอบฉันด้วย
ว่าแล้วก็เป็นเศร้าอีกรอบ
.
.
.
22 : 10 น.
งานก็ต้องทำการบ้านก็ต้องส่ง อาศัยช่วงไม่มีลูกค้าเร่งมือให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน ภายในร้านเปิดเพลงคลอเบา ๆ สร้างบรรยากาศ
กริ๊งงงงงงงงงง
กระทั่งโทรศัพท์ของร้านดังขึ้น
ฉันฉีกยิ้มอย่างตื่นเต้นเพราะรู้ว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา รีบพุ่งไปรับสายไม่อยากให้อีกฝ่ายรอนาน
"ค่า~ ทีคอฟฟี่ยินดีให้บริการค่ะ"
(สั่งอาหารหน่อยครับ)
เสียงทุ้มนุ่มอะไรอย่างนี้พ่อคุณพ่อทูลหัว ฟังแล้วจั๊กจี้รูหูดีจริงเชียว
"สั่งอาหารนะคะ เมนูของวันนี้จะเป็นข้าวมันไก่กรอบ ต้มยำหมูเด้ง แล้วก็เซ็ตลูกชิ้นทอด จะรับเป็นอะไรดีคะ"
(เอาทั้งหมดสามชุดครับ)
"สามชุดนะคะ ใช้เวลาเตรียมอาหารประมาณยี่สิบนาทีแล้วจะนำไปส่งให้ค่ะ"
(ครับ ขอบคุณครับ)
วันนี้ก็คงพากันมาคุยงาน หลังจากวางสายก็เร่งมือทันใดเพื่อไม่ให้ยอดดวงใจหิ้วท้องรอนาน พอเสร็จก็ปิดร้านชั่วคราวเพื่อเอาข้าวขึ้นไปส่งให้
เช่นเดิมแลกบัตรพนักงานกับคีย์การ์ด ขึ้นลิฟต์มายังชั้นบนสุด กดออดและยืนรอ เรียกได้ว่าทำทุกอย่างเหมือนคราวที่แล้วเป๊ะ
แกร๊ก!
พอได้ยินเสียงประตูปลดล็อคฉันก็เปิดเข้าไป ครั้งที่สองของการเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเตย์ ยังคงตื่นตาในความหรูหราเช่นเดิม
เดินเข้ามาถึงห้องโถงที่มีโซฟาหนังชุดใหญ่ด้านบนเพดานสูงประดับด้วยแชนเดอเลียร์ ฉันได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากห้องนั่งเล่นที่อยู่ทางด้านขวาจึงเดินไปหา
"ตกลงจะเอายังไง ไปถ่ายด้วยกันเถอะนะ ทางนั้นเขาขอร้องมาด้วย"
ฮืม? เสียงผู้หญิงนี่นา
"เธออย่าไปเซ้าซี้มันเลยน่า"
อันนี้เสียงของเธียรฉันจำได้
"ก็เขาขอมา ถ้าไม่ใช่งานของมหา'ลัยเราเองก็ไม่อยากทำเหมือนกัน"
คุยเรื่องอะไรกันน่ะ
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะคะแต่หาจังหวะเข้าไปไม่ได้สักที อืม... งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน เดินกลับออกไปทางห้องโถงแล้วร้องเรียกดีกว่า
แฮ่ม!
"เอาอาหารมาส่งแล้วค่ะ!"
เสียงของฉันดังพอให้คนด้านในนั้นได้ยินแน่นอน เพราะยืนรอแค่แป๊บเดียวเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมา
เตย์จ๋าของฉันนั่นเอง
หล่อทุกช่วงเวลาจริง ๆ นะคุณผู้ชม หาว่าอวยไส้แตกเลยก็ได้ สุดที่รักของฉันเขาเพอร์เฟคที่สุดในโลกแล้ว
"สวัสดีค่ะเตย์"
แม้ว่าตอนกลางวันจะเพิ่งเจอหน้ากันไปแต่ฉันก็อดทักทายด้วยความดีใจไม่ได้
"อันนี้อาหารที่สั่ง ทานมื้อเย็นดึกเหมือนกันนะเนี้ย"
"ทำงานอยู่" เขาบอก
"อ่อ... แต่ว่าทานอาหารให้ตรงเวลาน่าจะดีกว่านะคะ เราเป็นห่วงเรื่องนี้ม๊ากมาก"
"อืม" เขารับถุงอาหารไปถือไว้พร้อมกับยื่นเงินส่งมาให้
"อุ๊ย! นั่นกุ๋งกิ๋งไม่ใช่เหรอ"
ก่อนจะได้พูดอะไรต่อก็มีคนเดินออกมาสมทบ เป็นเธียรกับจันทร์เจ้านั่นเอง เธอเห็นฉันก็ทำหน้าตกใจใหญ่พลางไล่สายตามองชุดพนักงานที่สวมอยู่
"ทำงานพิเศษเหรอ" เธอเอ่ยถาม
"ช่ายยยย เราทำอยู่ที่ร้านกาแฟข้าง ๆ นี่เอง"
"งั้นเหรอ เก่งจังเลยอะ ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยมันหนักเอาเรื่องอยู่นะ เคยลองขอทุนดูหรือยัง จำได้ว่ามหา'ลัยมีทุนให้สำหรับนักศึกษาที่เรียนดีแต่ขาดแคลนอยู่นะ"
ฉันระบายยิ้มเมื่อฟังจบ เข้าใจว่าเธอไม่ได้มีเจตนาดูแคลนกัน เพียงแค่ช่วยหาทางออกให้ก็เท่านั้นเอง
"ขอบคุณน้าาา ไว้จะลองคิดดู"
"อื้ม หรือถ้าเงินไม่พอจริง ๆ มายืมเราได้" ช่างเป็นคนที่ใจดีมีน้ำใจซะจริง
"หิวแล้ว" ขณะที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อเตย์ก็เอ่ยขัดขึ้นมา ใบหน้าของเขาเรียบตึงแววตาคมดุคล้ายกับไม่สบอารมณ์
"งั้นเราขอตัวกลับไปทำงานต่อดีกว่า ทานให้อร่อยนะคะเตย์"
เขาอาจจะไม่พอใจเพราะรำคาญก็ได้ งั้นเรารีบเผ่นก่อนดีกว่า ซอรี่น้าเตย์...
---100%---