ข้าเป็นมังกร ข้าไม่ใช่แมว ข้าไม่เล่นของเล่นแมว ข้าไม่นอนในบ้านแมว พวกเจ้ามีสายตาเป็นญาติกับถั่วเรอะ? เลิกหยุมพุงข้าสักที ไม่งั้นข้าจะหนีออกจากบ้าน! "แต่วันนี้มีสเต็กให้เจ้านะ" เอาไว้ข้าหนีวันหลังก็ได้
ชาย-ชาย,แฟนตาซี,ไซไฟ,สงคราม,เลือดสาด,แมว,นายเอกเก่ง,วายแฟนตาซี,#BL,พลังวิเศษ,เวทมนตร์,18+,สงคราม,อสูร,ภูต ,ปีศาจ,เทพ ,ยุคดวงดาว,โลกอนาคต,ต่างดาว,อมนุษย์,มังกร,ฮาเร็มชาย,ไซไฟ,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
AMARANTHINE เป็นมังกรไม่ใช่แมวข้าเป็นมังกร ข้าไม่ใช่แมว ข้าไม่เล่นของเล่นแมว ข้าไม่นอนในบ้านแมว พวกเจ้ามีสายตาเป็นญาติกับถั่วเรอะ? เลิกหยุมพุงข้าสักที ไม่งั้นข้าจะหนีออกจากบ้าน! "แต่วันนี้มีสเต็กให้เจ้านะ" เอาไว้ข้าหนีวันหลังก็ได้
ก็อย่างที่บอก ข้าคือมังกรตัวสุดท้ายของโลก
เจ้าอาจสงสัยว่าโลก [Earth-01] มีมังกรด้วยหรือ? ต้องขอสารภาพว่าพวกเราน่ะอยู่มาตั้งนานแล้ว นานแสนนานก่อนที่พวกเจ้าจะหลุดจากการเป็นวานรเสียอีก เพียงแต่ไม่เคยปรากฏตัวให้มนุษย์เห็นเลยก็เท่านั้น อำนาจของพวกเรามากพอจะปิดกั้นมนุษย์จากการรับรู้ถึงการมีอยู่ของมังกรได้ตราบที่จำเป็น อำนาจที่มนุษย์จะไม่มีวันเข้าใจ มังกรอย่างเรานั้นมีช่วงชีวิตที่ยาวนาน พวกเราเหลือเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นในตอนที่มนุษย์วิวัฒนาการขึ้นมาจากวงศ์วานร และเหลือน้อยลงไปอีกเมื่อมนุษย์ได้พัฒนาเทคโนโลยีจนก้าวไปสู่อนาคต ในขณะเดียวกันก็สูบเอาพลังชีวิตของโลกไปจนเกือบหมด และทิ้งไว้เพียงโลกที่กำลังจะตาย
นานมาแล้ว มังกรบรรพกาลหลายตัวที่ใกล้หมดอายุขัย จะเลือกทิ้งร่างตนเองลงบนผืนดิน แล้วปล่อยให้ร่างขนาดยักษ์ของพวกเขาค่อยๆถูกผืนดินกลืนกิน และเปลี่ยนสภาพเป็นเทือกเขาหิน ส่วนพลังชีวิตก็มอบให้พืชพรรณได้เติบโตจากร่างพวกเขาต่อไป
เมื่อมนุษย์ทอดทิ้งโลกไปยังบ้านใหม่ มีมังกรหลายตัวได้ตัดสินใจทิ้งร่างลงทั้งบนผืนดิน และมหาสมุทร เพื่อให้ตนเองได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก ค่อยๆฟื้นฟูชีวิตให้กลับมา มันกลายเป็นธรรมเนียมที่ถูกรัดเร่งเข้ามากว่าที่เคย เมื่อในทุกๆหนึ่งพันปี มังกรหนึ่งตนก็จะทิ้งร่างลงและเข้าสู่การจำศีลนิรันดร์
มีมังกรหลายตัวเช่นกันที่เลือกจะกลับลงทะเล ร่องมหาสมุทรที่มนุษย์เคยคิดว่าลึกที่สุดที่เคยค้นพบ กลับเป็นเพียงประตูที่นำไปสู่ถิ่นกำเนิดของมังกรที่แท้จริง พวกเขาเหล่านั้นเลือกที่จะกลับไปสิ้นใจในรังกำเนิดของตนแทน
หูข้าพลันแว่วเสียงมารดาขับกล่อมเห่มังกร:
‘เราชาวมังกรถือกำเนิดจากพสุธา มหาสมุทรอุ้มชูเรามา ฟากฟ้าคุ้มครองเราเสมอ และเหล่าดวงดาวจะเปล่งแสงอำนวยพรให้แก่เจ้า ในท้ายที่สุดแล้ว โลกนี้ก็จะเป็นสุสานของเราเช่นกัน’
วิทยาการของเหล่ามนุษย์เทียบไม่ได้แม้แต่น้อยกับภูมิปัญญาอันเก่าแก่และพลังอำนาจอันมากล้นของเผ่าพันธุ์ที่อยู่มานานกว่าสิ่งใดอย่างมังกร แต่ก็เพราะเป็นแบบนี้เช่นกัน มังกรอย่างเราจึงไม่อาจวิวัฒน์ตัวเองได้เร็วอย่างมนุษย์ เผ่าพันธุ์มังกรที่ทรงอำนาจยิ่ง ...จึงกำลังจะสูญพันธุ์
ข้าคือลูกมังกรตัวสุดท้ายของโลกที่ถือกำเนิดขึ้นในรอบหมื่นปีมานี้ หรือในอีกนัยหนึ่ง ข้าเป็นลูกมังกรตัวเดียวที่ฟักออกจากไข่จำนวนห้าพันกว่าฟองซึ่งได้กลายเป็นหินไปแล้วทั้งหมด
มารดาของข้าเลี้ยงดูข้าอย่างสุดความสามารถ แต่ข้ามีเวลาอยู่กับนางเพียงห้าร้อยปีเท่านั้น และเมื่อถึงเวลาที่มารดาของข้าต้องเข้าสู่การจำศีลนิรันดร์ ข้าก็กลายเป็นมังกรตัวสุดท้ายของโลกไปในที่สุด
มังกรอย่างพวกเรารักโลกใบนี้มากเกินไป เราไม่อาจทำใจทิ้งบ้านที่ฟูมฟักเรามาหลายพันล้านปีไปยังที่อื่นได้เหมือนอย่างมนุษย์ แม้กระทั่งข้าที่เยาว์วัยที่สุด ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะรวบรวมอำนาจเหลือคณาจากบรรดาพี่น้องที่ฝังร่างลงบนโลกนี้ เพื่อกางปีกบินหนีไปยังดาวดวงอื่นเพื่อที่ข้าจะไม่ต้องเดียวดายอีกต่อไป เพราะข้าไม่อาจทำเรื่องเลวทรามเช่นนั้นต่อที่พักผ่อนสุดท้ายของพวกเขาได้ ไม่มีสิ่งใดควรจะรบกวนความสงบของพวกเขา อีกทั้งในอนาคตที่กำลังจะมาถึงนี้ แผ่นดินก็จะกลายเป็นสุสานของข้าด้วยเช่นกัน
ห้าร้อยปีต่อมาหลังข้าเกิดนั้น โลกก็เริ่มเย็นลงอีกครั้ง ระดับน้ำทะเลค่อยๆต่ำลงจนมีแผ่นดินโผล่กลับคืนมามากมาย เปิดโอกาสให้พืชพรรณเจริญเติบโตอีกครั้ง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุด คือผู้ครองโลกที่เพิ่งฟื้นจากความตายนี้ กลับกลายเป็นเหล่านก กิ้งก่า ปลา และแมลงนั่นเอง
แม้ว่าสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ค่อยๆกลับมานี้ จะกลายพันธุ์จนไม่เหมือนสายพันธุ์เดิมที่เคยเป็นอีกต่อไปแล้ว ข้าก็รักพวกมันทั้งหมด แม้ว่าพวกมันจะเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉานที่ไม่อาจเข้าใจข้า แต่พวกมันก็มีสังคมของพวกมันเอง ในบางครั้งก็ยอมให้ข้าเข้าไปอยู่ใกล้ได้หากข้าสามารถอดทนอยู่นิ่งได้มากพอ และเพราะเริ่มมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดใหม่มากขึ้นเรื่อยๆนี่เอง ข้าจึงไม่ต้องทนอยู่กับความเงียบสงัดของโลกเพียงตนเดียวนานเท่าใดนัก
เมื่อย่างเข้าแปดร้อยปี ข้ากำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แม้จะคึกคะนองตามวัย ก็ไม่เคยทิ้งการร่ำเรียนพลังมังกรและความรู้เก่าก่อนของพงศ์พันธุ์ ข้าพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอเมื่อกลับจากการออกล่าหาอาหาร ข้าบินเล่นกับฝูงนกท้าลมหนาว ข้านอนหลับพร้อมกับเหล่ากิ้งก่าดินที่ยอมให้ข้าเข้าใกล้ ข้าจับปลาและงูทะเลกินจนหนำใจ แล้วข้าก็ฝึกใช้พลังอย่างหนักจนกระทั่งข้ามีอำนาจพอจะเทียบเทียมมารดาเมื่อครั้งยังอายุเท่ากันในสมัยที่นางมีชีวิตได้ในที่สุด
แต่ในบางคืนที่ข้าพบว่าไม่อาจฝืนทำตัวให้ยุ่งได้อีก ข้าก็ต้องเผชิญความจริงว่าตัวเองโดดเดี่ยวแค่ไหน และทำได้เพียงแหงนมองท้องฟ้าเช่นเดิม
เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอีก กระทั่งข้ามีอายุได้หนึ่งพันสามร้อยปีเศษ ข้าก็หมดแรงที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว แม้นว่าหากเทียบอายุกับมังกรในอดีตทั้งหลายแล้วข้าก็เพิ่งจะวัยรุ่นเท่านั้น แต่ข้าไม่อาจทนความโดดเดี่ยว ความเดียวดาย ความโศกเศร้าที่ต้องอยู่ตัวเดียวบนโลกนี้ได้อีกต่อไป ข้าตัดสินใจฝังร่างตนเองลงบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นร่างของบิดามังกรของข้า ใช้พลังกลบฝังดินทับร่างตนเองพร้อมกับเมล็ดของต้นไม้โบราณ แล้วเข้าสู่การจำศีลนิรันดร์เช่นกัน
มีเพียงสิ่งเดียวที่ข้าทิ้งเอาไว้ คือป้ายหินสลักด้วยพลังมังกรที่ตั้งอยู่ดั่งป้ายหลุมศพ เพื่อเป็นของดูต่างหน้าของข้าให้สำหรับใครก็ตามที่อาจจะขับยานบินลงมาพบมันเข้าและได้อ่านป้ายหลุมศพนี้ ในใจลึกๆข้ารู้ดีว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน ต่อให้มีตัวอะไรมาเจอจริงก็คงอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ข้าไม่ใส่ใจหรอก อย่างน้อยๆ ข้าก็อยากให้มีอะไรสักอย่างไว้รำลึกบ้างว่าครั้งหนึ่งข้าเคยมีตัวตนอยู่จริงๆ
ข้อความที่สลักไว้ อ่านได้ว่า:
“นามของข้า คือ ‘เอมารันไธน์’
ข้าคือมังกรตัวสุดท้ายของโลก และบัดนี้ข้าได้เข้าสู่การจำศีลนิรันดร์ ร่างของข้าจะกลับคืนสู่อ้อมกอดของพสุธา และจะเป็นรากฐานแก่ชีวิตที่จะถือกำเนิดใหม่บนดาวสีน้ำเงินดวงนี้เหมือนดังที่พี่น้องตัวอื่นๆของข้าเป็น ข้าหวังว่าโลกใบนี้จะกลับไปสวยงามและเต็มไปด้วยชีวิตดังเดิมในเร็ววัน
หากเจ้าได้อ่านข้อความนี้ เจ้าผู้มาแดนไกล ข้าขออวยพรให้เป็นครั้งสุดท้าย ขอฟากฟ้าจงคุ้มครองให้เจ้าแคล้วคลาดจากอันตราย ขอพสุธาจงอวยพรให้เจ้าก้าวถึงจุดหมายที่วาดฝัน ขอดวงดาวจงนำทางให้เจ้าก้าวเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ไม่หลงเดินในทางผิด และกลับบ้านอย่างปลอดภัย
ยินดีที่ได้รู้จัก และลาก่อนเช่นเดียวกัน”
.
.
.
.
.
.
.
...และข้าคงยังนอนอยู่ในหลุมแบบนั้นจนรากงอกสมใจ แต่ไม่เลย! โชคชะตาของข้าต้องพลิกผันในอีกหนึ่งพันปีให้หลัง ชนิดดิ่งลงเหวอย่างที่นรกก็ยังฉุดรั้งไว้ไม่อยู่ เมื่อเจ้าทาสในอนาคตหมายเลขหนึ่งของข้าขับยานสำรวจลำยักษ์ลงมาจากอวกาศเพื่อทำการสำรวจโลกเก่า [Earth-01] ซึ่ง... เป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากนักแม้แต่สำหรับมังกรที่มีอายุยืนยาวก็ตาม
จากในความทรงจำของมารดา มีไม่บ่อยหรอกที่พวกเราจะเห็นเจ้าสิ่งต่างดาวขับยานบินเข้ามาใกล้วงโคจรโลก เพราะครั้งล่าสุดที่พวกมันทำเช่นนั้น พวกมันต้องเสียยานลำยักษ์ที่มีไปเกือบทั้งหมดเพราะต้านแรงโน้มถ่วงและสนามแม่เหล็กของโลกที่เสียสมดุลอย่างหนักไม่ได้ สุดท้ายก็มีเพียงไม่กี่ลำเท่านั้นที่สามารถบินกลับขึ้นฟ้าได้สำเร็จโดยไม่ถูกทำลาย
แล้วก็อย่างที่เห็น มันลงมาสำรวจเฉยๆก็ไม่ได้ว่าอะไร บังเอิญพบป้ายหลุมศพของข้าเข้าแล้วเกิดสนใจมากก็ยังน่าดีใจอยู่แหละ แต่...
ไอ้การลงแรงขุดเอากลับไปยานแม่มัน ทั้งป้ายข้า และตัวข้าที่ฝังอยู่ในดิน นี่มันใช่เรอะ?!
...สงสัยหรือไม่ว่าเจ้าทาสในอนาคตหมายเลขหนึ่งสามารถอุ้มร่างของข้าขึ้นไปบนยานได้อย่างไร? เพราะหากข้าเป็นมังกรที่อายุตั้งสองพันกว่าปีเข้าไปแล้วจริง ข้าก็ควรจะมีขนาดตัวพอๆ กับยานของมันนั่นแหละ
ตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นสภาพร่างของตัวเองอีกครั้งในภายหลัง ข้าก็ตกใจเหมือนกัน
ร่างที่เคยใหญ่โตและสง่างามดั่งภูผาของข้า กลับหดตัวลงจนเหลือเพียงสภาพที่มีขนาดใหญ่เพียงหนึ่งส่วนสี่ของมนุษย์เท่านั้น
พูดง่ายๆ เลยก็คือว่าข้าเหลือตัวใหญ่เท่าแมวนั่นเอง
เจ้าทาสในอนาคตหมายเลขหนึ่ง แม้จะหน้านิ่งแต่ข้าก็มองแววตามันออกว่ามีความตื่นเต้นสนใจอยู่ในนั้น ซึ่งก็แน่ล่ะ เพราะมันไม่เคยเห็นสายพันธุ์อย่างข้ามาก่อนนี่นา หลังจากที่มันอุ้มข้าซึ่งกำลังมึนหนักซ้ำงงงวยสุดขีดเพราะโดนปลุกได้อย่างไรไม่รู้ขึ้นยาน ข้าก็สติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่ จนภาพที่เห็นวูบวาบเป็นพักๆ (แหม ก็ข้าเพิ่งถูกขุดออกมาจากหลุมเองนี่นา ฮ่า ฮ่า ฮ่า ...คิดว่าข้าจะขำออกมั้ยนั่น)
พอขึ้นไปบนยานลำยักษ์ของมันแล้ว มันก็ส่งชาวเผ่าเดียวกันกับมันมาตรวจสอบข้าหลายคน พวกเขาต่างก็ใส่หน้ากากหนาและสวมชุดปิดมิดชิดเสียจนข้าไม่เห็นหน้า รู้แต่เพียงว่ามีหนึ่งหัวกับสองมือสองเท้า พวกนั้นพยายามวัดหัววัดตัว ชั่งน้ำหนักข้าหลายครั้ง หลังจากนั้นมันก็ย้ายข้าไปไว้ในห้องกระจกแก้วที่น่าประหลาด บนพื้นเต็มไปด้วยหมอนนุ่มนิ่มปูทับกันจนกลายเป็นเตียงขนาดใหญ่ ทำให้ข้าอดไม่ได้ที่เผลอขยับกลิ้งไปมาอย่างสบายตัวสบายใจ
ข้าไม่ได้หนุนหมอนนอนเลียนแบบมนุษย์อย่างนี้มานานแล้ว
กระทั่งข้าเริ่มที่จะง่วงและหลับลงอีกครั้งนั่นแหละ ข้าถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าร่างมังกรของข้าในตอนนี้ มันหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ากับหมอนใต้ร่างตัวเองเลยนี่หว่า
....เฮ้อม
ทำไมการที่มังกรตัวนึงจะตรอมใจตัวเองตาย ถึงต้องเจอเรื่องท้าทายมากมายแบบนี้ด้วย...
ท้อใจชิบผาย
....
นอนต่อดีกว่าเรา