ปีศาจที่ไม่อาจกินเลือดมนุษย์อื่นใดได้ ภูติสีขาวผู้ไม่อาจถูกใครโอบกอดมอบความรักได้ แต่แล้วมนุษย์คนนั้นกลับเป็นข้อยกเว้น...
แฟนตาซี,ผจญภัย,ชาย-ชาย,ชาย-หญิง,ลึกลับ,สงคราม,มิตรภาพ,โชเน็นไอ,#BL,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
The fallen priest นักบุญผู้ร่วงหล่นปีศาจที่ไม่อาจกินเลือดมนุษย์อื่นใดได้ ภูติสีขาวผู้ไม่อาจถูกใครโอบกอดมอบความรักได้ แต่แล้วมนุษย์คนนั้นกลับเป็นข้อยกเว้น...
เลปทีร์เม้มริมฝีปากแน่น เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้ายอมรับอย่างช้าๆ
เห็นเช่นนั้นโนอาห์ก็ระบายยิ้มพึงพอใจออกมา
“ดี”
อีกฝ่ายใช้มือข้างขวาขึ้นมาสางเส้นผมของเขาไปมา “เชื่อฟังแบบนี้สิ ดี”
เด็กชายผมขาวกลืนน้ำลายเอื้อก แม้โนอาห์จะดูน่ากลัวอยู่บ้างในช่วงแวบแรก ด้วยรูปร่างที่งดงามอย่างชนชั้นสูงและดวงตาสองสีที่ยากจะอ่านอารมณ์ แต่เพราะอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีมุ่งร้ายต่อเขา อีกทั้งยังช่วยให้เขาหลุดพ้นออกมาจากคุกใต้ดินได้ก่อนที่จะถูกจับเชือดทิ้ง มิหนำซ้ำยังช่วยสอนเวทมนตร์ให้โดยที่ไม่แม้แต่จะเรียกร้องค่าตอบแทนที่ดูไม่สมเหตุสมผล ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นปีศาจก็ตาม
เพราะแบบนั้นเลปทีร์จึงเริ่มค่อยๆ เปิดใจให้คนตรงหน้าทีละเล็กทีละน้อย ค่อยๆ มอบความเชื่อใจให้อีกฝ่ายทีละนิด..
จนกระทั่งเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ก็ทำให้ความระแวดระวังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเสียแล้ว
เลปทีร์จ้องใบหน้างามของอีกฝ่ายเขม็ง… ใบหน้างดงามหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเทพแห่งดวงอาทิตย์
อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้ละสายตาไปจากเขาเช่นเดียวกัน
ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัด เป็นโนอาห์ที่ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“จ้องอะไรแบบนั้นกัน” โนอาห์หัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูถือดีและหยิ่งยโสกว่าก่อนหน้านี้มาก “เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยเอย…” เอ่ยถึงตรงนี้ปีศาจตาสองสีก็เลื่อนนิ้วมือเรียวขึ้นมาแตะเปลือกตาของเขา
และเด็กชายก็หลับตาปี๋ตามสัญชาตญาณเมื่อนิ้วมือเย็นเฉียบนั้นลากไล้ไปตามเปลือกตา ก่อนจะเลื่อนลงผ่านจมูก โหนกแก้ม และหยุดลงที่ลูกกระเดือก สัมผัสที่สำรวจตรวจตราทำราวกับเขาเป็นแค่เหยื่อในกำมือทำให้เด็กชายเผลอกลืนน้ำลายเอื้อกไปเสียหลายครั้ง “โนอาห์จะฝึกเวทมนตร์ให้เจ้าหรือ” พูดถึงตรงนี้ก็ค่อยๆ ผละมือออกจากเขา ก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน “เห็นหน้าตาเหมือนเพื่อนเก่าหน่อยก็ใจอ่อนขึ้นมาเลยเชียว”
เลปทีร์ชะงัก คำพูดแปลกๆ ของอีกฝ่ายทำให้เด็กชายรีบผลุนผลันชันตัวลุกนั่งทันที
“ท่านพูดราวกับว่าตัวท่านไม่ใช่โนอาห์”
“ก็เพราะว่าข้าไม่ใช่โนอาห์น่ะสิ” อีกฝ่ายตอบทันควัน “ข้าคือเนธาน”
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เลปทีร์แสดงสีหน้างุนงงออกมา
เขาไม่เข้าใจ
“ก็สมควรแล้วที่จะไม่เข้าใจ” โนอาห์ฉีกยิ้มละไม “เพราะโนอาห์เองก็ยังไม่รู้ถึงตัวตนของข้าเลย”
คำอธิบายนั้นยิ่งทำให้เด็กชายยิ่งเอียงคอมองด้วยความสับสนปนงุนงง
โนอาห์ ไม่สิ เนธานหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าของเขา ปีศาจตาสองสีทิ้งตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเลปทีร์ จากนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นมายีเส้นผมของเด็กชายอย่างหยอกล้อ
ทว่ารอยยิ้มพรายที่ประดับบนใบหน้าของอีกฝ่ายกลับทำให้เลปทีร์นึกหวั่นขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่ถูก
“เอาเถอะ” โนอาห์ยังคงขยี้เส้นผมของเขาไปมา “จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่อย่ายุ่งกับนามแห่งวิญญาณของร่างนี้ก็พอ”
“ท่านหมายความว่ายังไงที่ว่าท่านคือเนธาน”
โนอาห์ ไม่สิ เนธานหยุดมือของตัวเองที่ยีเส้นผมของเขาอยู่ทันที ดวงตาสองสีของอีกฝ่ายพิจารณามองเขาขึ้นๆ ลงๆ
“ข้าเป็นอีกวิญญาณที่อยู่ในร่างของเขา” อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ”
ตอนนั้นเองที่เลปทีร์รู้สึกได้ถึงอารมณ์ดิบเถื่อนบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสได้จากโนอาห์มาก่อน มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมุ่งร้าย เชิดทระนง และถือตนว่าตัวเองนั้นมีพลังอำนาจเหนือกว่าคนอื่นๆ
เด็กชายเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ คนผมยาวก็พลันรั้งเอวเขาให้เข้ามาใกล้ พร้อมกันนั้นก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางวางประทับลงบนริมฝีปากของเขา
“ข้ายืมร่างคนอื่นเขาอาศัยน่ะ” เนธานยิ้ม “ถึงส่วนใหญ่แล้วข้าจะหลับแทบตลอดเวลา แต่ถ้าบางครั้งบางคราหากมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องออกมา ข้าก็จะปรากฎตัวออกมาแบบนี้”
เลปทีร์ขมวดคิ้ว เขาใช้สองมือจับท่อนแขนของเนธานพลางพยายามดึงขัดขืนเพื่อให้อีกฝ่ายปล่อยตนให้เป็นอิสระ แต่ความพยายามนั้นช่างไร้ผลโดยสิ้นเชิง
“และบางครั้งบางคราถ้าข้าเห็นว่าข้าสามารถทำให้โนอาห์เข้ามาอยู่ฝั่งแห่งความมืดได้ ข้าก็จะออกมาแบบนี้เหมือนกัน” เนธานพูดถึงตรงนี้ก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ “ใช่ ที่ทำร้ายเจ้าเมื่อสักครู่น่ะเป็นความตั้งใจของเขาจริง แต่เป็นความตั้งใจที่ต้องการจะทดสอบหลักการทำงานของเขตแดนที่คลุมบ้านเอาไว้ เขาไม่เคยมีความคิดที่จะทำร้ายเจ้าจริงจัง หรอก”
เมื่อเห็นว่าความพยายามของตนไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เลปทีร์ที่เริ่มมีความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ ในศีรษะก็พลันนึกถึงเวทมนตร์บทนั้นขึ้นมา เขาจำได้หมดทุกคำพูดที่โนอาห์เคยสอนเขา
แต่ตอนนี้คนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่โนอาห์
และรังสีข่มขู่คุกคามของอีกฝ่ายที่แสดงออกมาก็ยิ่งกระตุนสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของเลปทีร์ให้ยิ่งรุนแรงยิ่งขึ้น เด็กชายจึงพยายามเปล่งเสียงร่ายมนตร์ออกมาอย่างทุลักทุเล
ต้องหนีเข้าไปในเขตแดนที่แม่กางไว้
ทว่าอีกวิญญาณในร่างของโนอาห์ไม่ยอมปล่อยให้เขาทำเช่นนั้น เขาลืมไปเสียสนิทว่าเนธานอาศัยอยู่ในร่างของโนอาห์ผู้ผูกพันธะเลือดกับเขา
นั่นหมายความว่าเนธานย่อมอ่านใจของเขาได้ไม่ต่างจากโนอาห์
เมื่อเห็นท่าทีของเขา นิ้วมือของเนธานที่แต่เดิมวางไว้บนริมฝีปากเฉยๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นพยายามกดลงบนริมฝีปากของเด็กชายไม่ให้ขยับปากเพื่อเปล่งเสียงออกมาได้
กระนั้นเลปทีร์ก็พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนให้หลุดพ้น เด็กชายในตอนนี้แผลงฤทธิ์แยกเขี้ยวขู่ฟ่อราวกับลูกงู ทั้งยังกัดนิ้วมือของเขาเสียจมเขี้ยว ความพยายามดังกล่าวทำให้เนธานเผลอผละมือออกจากปากของเลปทีร์ไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง
และเด็กชายผมขาวก็ฉวยโอกาสเกาะหนึบแขนของเขาแน่นพร้อมกับท่องคาถานั้นออกมาในคราวเดียว
คาถาที่ทำให้คนและวัตถุที่ผู้ร่ายเวทสัมผัสกลายเป็นน้ำแข็งและแตกสลายกลายเป็นไอ
เนธานเหลือบมองแขนข้างขวาของตนที่เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม ครั้นพอเหลือบดวงตาขึ้นมองก็เห็นเจ้ากระต่ายตัวจ้อยที่พยายามร่ายคาถาจากความทรงจำออกมาอย่างสุดความสามารถ
“รู้ใช่ไหมว่าคาถานั่นทำให้ข้าหายไปได้ก็จริง ”
เนธานยิ้มมุมปาก
“แต่โนอาห์ก็จะหายไปด้วยเหมือนกัน”
เลปทีร์ชะงักกึกทันที สัญชาตญาณความต้องการที่จะเอาชีวิตรอดทำเอาเขาลืมความจริงข้อนั้นไปเสียสนิท
“พอเป็นโนอาห์กลับยั้งมือหรือเนี่ย” เนธานแสร้งทำนิ่วหน้า “ข้าเสียใจมากนะ คูนิโคลัสของข้า”
ครั้นแล้วเนธานก็ถือโอกาสช่วงที่เลปทีร์สับสน ใช้มือซ้ายข้างที่ถูกเผาจนไหม้เกรียมนั้นจัดการชกใส่ท้องของเด็กชายเข้าอย่างจังจนเขาจุกจนตัวงอ วูบหนึ่งที่เหมือนจะมองทุกอย่างเป็นสีดำ ศีรษะก็หมุนติ้วจนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น นั่นล่ะมือแข็งแกร่งถึงยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ
“เมื่อครู่ข้าพูดแล้วใช่ไหมว่าโนอาห์น่ะไม่มีทางคิดทำร้ายเจ้าหรอก เพียงแต่ว่าข้าเป็นคนที่เร่งไฟใส่อารมณ์ดำมืดของปีศาจเพิ่มลงไปให้กับเขา เพียงแค่นั้นเอง” พูดถึงตรงนี้เนธานก็หัวเราะออกมา “ก็นะ เจ้าหน้าตาเหมือนคูนิโคลัสเพื่อนเก่าที่แสนไร้เดียงสาคนนั้น โนอาห์ไม่มีทางฆ่าเจ้าได้ลงหรอก”
คูนิโคลัสคือชื่อเพื่อนเก่าของโนอาห์?
เลปทีร์นึกพลางยกมือขึ้นมาจับคอที่เปล่งเสียงไอค่อกแค่ก
“ข้าเองก็ฆ่าเจ้าไม่ลงเหมือนกัน”
ยังไม่ทันที่เลปทีร์จะได้ทันประมวลผลคำพูดของเนธานเสร็จ อีกฝ่ายก็ทิ้งตัวนั่งลงพร้อมกับยื่นมือข้างซ้ายมาดึงคางเขาบังคับให้เงยหน้าขึ้น มือขวาก็ใช้สองนิ้วประทับลงบนริมฝีปากของเขาอีกครั้ง พร้อมกับท่องคาถาบางอย่างออกมา
….
สิ้นคำร่ายคาถาแปลกๆ ก็พลันปรากฎวงเวทสีแดงขึ้นใต้เท้าของเลปทีร์ มันหมุนวนไปมาสองสามรอบ ก่อนจะหดตัวลงกลายเป็นวงเวทอันเล็กลอยขึ้นมาเหนือศีรษะ
แล้ววงเวทนั้นขยายใหญ่อีกครั้งกลายเป็นห่วงที่มีขนาดพอๆ กับรอบลำคอของเขา
“ข้าคือพี่ชายของโนอาห์และคาเซียร์ แต่เป็นพี่ชายต่างแม่น่ะ”
วงเวทนั้นร่วงลงมาสวมเข้ากับคอของเขาอย่างพอดิบพอดี
“สรุปง่ายๆ คือข้าเป็นอดีตรัชทายาทของแดนปีศาจ” เนธานยิ้ม “ตอนนี้เหลือแค่วิญญาณ จึงมีแผนจะชิงร่างของโนอาห์ให้กลายมาเป็นร่างของข้าเองในเร็ววันนี้”
ครั้นแล้วก็ค่อยๆ ลดมือลง ปลดปล่อยให้ริมฝีปากของเลปทีร์เป็นอิสระในที่สุด
“ซึ่งในอนาคตก็วางแผนไว้ว่าจะทำให้ประตูมิติระหว่างสองโลกเปิดถาวรเพื่อให้ปีศาจข้ามแดนไปยังโลกมนุษย์ได้อย่างอิสระ”
อะไร
เลปทีร์ชะงักงัน คนตรงหน้านึกอะไรอยู่ถึงได้พูดเปิดเผยแผนการของตัวเองให้เขาฟังเสียหมดเปลือกแบบนี้
หรือคิดจะเล่าเรื่องสำคัญให้ฟัง แล้วจัดการปิดปากฆ่าเขาในคราวเดียว
“ไม่ต้องกังวล ข้าบอกแล้วว่าข้าน่ะฆ่าเจ้าไม่ลงหรอก”
อีกฝ่ายพูดเสียงราบเรียบ เด็กชายรู้ได้ในทันทีว่าเนธานอ่านใจเขาเสร็จสรรพแล้ว
“เพราะข้าสาปเจ้าไว้แล้วยังไงล่ะ”
รอยยิ้มละไมของอีกฝ่ายแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมทันที
“ด้วยคำสาปนั้น เจ้าจะไม่มีทางพูดเรื่องของข้าให้ใครฟังได้”
เลปทีร์เบิกตากว้าง เขาเผลอยกมือกุมรอบลำคอตัวเองโดยอัตโนมัติ
“ความลับระหว่างสองเรายังไงเล่า” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้างดงามนั้นยังคงไม่หายไป “ด้วยคำสาปนี้ เจ้าจะนึกถึงข้าตลอดเวลา ข้าล่ะชอบความรู้สึกนี้เสียจริง”
สิ้นคำของเนธาน
ครั้นแล้ว
ปีศาจหนุ่มก็พลันหมดสติล้มลงไปอีกครั้งหนึ่ง
***
โนอาห์รู้สึกราวกับว่าตนตกลงไปในห้วงมหาสมุทรสีดำมืดที่เชี่ยวกราก เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ ในห้วงวารีสีดำอันไร้ที่สิ้นสุด ไม่รู้ว่าทิศไหนข้างบน ทิศไหนลงล่าง
เวลาผ่านไปยาวนานเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าควรจะต้องว่ายไปทิศทางใดจึงจะพบเจอกับทางออก ยิ่งฝืนว่ายไปเรื่อยๆ เส้นทางข้างหน้าก็ยิ่งดำมืดขึ้นไปทุกที ครั้นพอลองเสี่ยงเปลี่ยนทิศทางดู เส้นทางข้างหน้าก็กลับดูเหมือนๆ กันไปเสียหมด
ดำมืด เชี่ยวกราก ไร้ซึ่งทางออก ไม่มีวี่แววว่าจะหลุดพ้นจากที่นี่ได้เลย
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป โนอาห์แน่ใจว่าไม่นานเขาคงจะต้องขาดอากาศหายใจตายอย่างแน่นอน
น่าสมเพชสิ้นดี เขาที่เอาชนะพาลาดินนับร้อยบนโลกมนุษย์ได้ด้วยตัวคนเดียว แม้จะไร้เวทย์มนตร์ แต่ในงานประลองก็สามารถเอาชนะเหล่าองค์ชายปีศาจจากเผ่าอื่นได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าจะหืดขึ้นคอ แต่สุดท้ายเขาก็ทำให้เหล่าจตุรราชาแห่งโลกปีศาจยอมรับฝีมือจนได้
เขาที่ฝึกปรือฝีมือจนสามารถเอาชนะอุปสรรคบ้าบอทั้งหลายมาได้
กลับจะต้องมาพบจุดจบอย่างจมน้ำตายอย่างน่าอนาถอย่างนั้นหรือเนี่ย
“ท่านโนอาห์”
เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงที่แสนคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
“ท่านโนอาห์ จะมานอนอย่างนี้ไม่ได้นะ”
เสียงนั้นเล็กใสไร้เดียงสา เต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและเทิดทูน เป็นน้ำเสียงที่ได้ยินซ้ำๆ กี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
เขาจำได้
เสียงนั้นคือคูนิโคลัส
โนอาห์หันรีซ้ายขวาไปมาท่ามกลางความมืดมิด เขาพยายามมองหาร่างของเด็กชายตัวจ้อย เจ้าเด็กปีศาจเผ่าหิมาลัยกาฬที่มักจะวิ่งมาล้อมหน้าล้อมหลังเขาอยู่เสมอ
เพื่อนสมัยเด็กเพียงคนเดียวของเขา
“ท่านโนอาห์!!!”
!!!
เสียงนั้นดังลั่นแสบแก้วหูมากเสียจนโนอาห์สะดุ้งเฮือก
ปีศาจตาสองสีลืมตาโพลง
ภาพที่ปรากฎตรงหน้าคือคูนิโคลัสที่มีเส้นผมสีขาวสว่างแทนที่จะเป็นสีดำสนิท
ไม่ใช่สิ
ไม่ใช่คูนิโคลัส แต่เป็นเด็กชายมนุษย์เจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดผู้มีดวงตาสีม่วงอเมธิสต์ โนอาห์ต้องนั่งประมวลอยู่ครู่หนึ่งถึงได้นึกนามของคนตรงหน้าออกว่าไม่ใช่คูนิโคลัส
แต่เป็นเลปทีร์ต่างหาก
“ท่านโนอาห์ ฟื้นแล้วสินะ” อีกฝ่ายจ้องหน้าเขาเขม็ง “ทานรู้ใช่ไหมว่าตัวเองชื่อโนอาห์”
โนอาห์พยักหน้า แม้จะยังสับสนงุนงงกับคำถามแปลกๆ ดังกล่าว แต่เขาก็ยอมพยักหน้า
เห็นเช่นนั้นเด็กชายตรงหน้าก็ถอนหายใจออกมาด้วยท่าทีโล่งอก
“จู่ๆ ท่านก็หมดสติไป แล้วก็–”
เด็กชายตรงหน้าชะงักกึก ไม่ได้พูดประโยคถัดไปออกมา แต่กลับแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวออกมาแทน
ใช่
อาการหมดสติ
เขาลืมบอกเลปทีร์ไปเสียสนิท
โนอาห์ยกมือเสยเส้นผมที่ปรกหน้าปรกตา ปีศาจตาสองสีพยายามยันตัวลุกขึ้นยืน ถึงแม้ว่าจะซวนเซเล็กน้อย แต่เขาก็กลับมาทรงตัวได้อย่างมั่นคงในที่สุด
“ไม่ต้องแปลกใจหรอก” โนอาห์ยกมือนวดขมับ “ข้าลืมบอกเจ้าไปว่าข้ามักจะหมดสติบ่อยๆ ในคืนที่พลังเวทมนตร์ในธรรมชาตินั้นเพิ่มพลังจนถึงขีดสุด”
เลปทีร์ขมวดคิ้วทำหน้าตาสงสัย เด็กชายยืนนิ่งด้วยท่าทางราวกับว่ากำลังยืนรอคำอธิบายเพิ่มเติม
“ข้าเป็นปีศาจที่กินเลือดมนุษย์ไม่ได้”
เลปทีร์กะพริบตาปริบ
“เพราะอย่างนั้นข้าถึงใช้เวทมนตร์ไม่ได้ และร่างกายก็เลยอ่อนแอต่อพวกไอเวทมนตร์ตามธรรมชาติเป็นพิเศษ ยิ่งคืนนี้คือคืนจันทร์สีน้ำเงิน พวกไอเวทมนตร์ตามธรรมชาติจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากมายมหาศาล แต่ร่างกายข้าปรับตัวไม่ได้ ดังนั้นก็เลยทรุดลงไป”
เขาเล่าให้ฟังในคราวเดียวพร้อมกับฉีกยิ้มละไมเพื่อแสดงความเป็นมิตรอย่างปกติ แต่ไม่รู้ทำไม ครั้งนี้จู่ๆ เลปทีร์กลับชะงักงันพลางก้าวถอยหลังไปด้านหลังสองสามก้าวเสียอย่างนั้น
…
อ้อ ใช่ ก่อนหน้านี้เขากำลังพยายามจะบีบคอฆ่าอีกฝ่ายอยู่นี่นะ จะแสดงอาการหวาดกลัวแบบนั้นออกมาก็ไม่แปลก
คิดเช่นนั้นก่อนจะก้มลงมองแขนข้างซ้ายของตนที่ไหม้เกรียม ครั้นพอเผอิญเลื่อนสายตาไปมองแขนข้างขวาอย่างไม่ตั้งใจ
ก็กลับกลายเป็นว่ามีไอน้ำแข็งสีฟ้าเกาะเป็นเกล็ดเล็กๆ ติดหนึบอยู่
ฝีมือเลปทีร์อย่างไม่ต้องสงสัย
โนอาห์ขมวดคิ้วมุ่น
เกิดอะไรขึ้นกัน
เขาเงยหน้าสบตากับเด็กชายผมขาวที่ยกไม้ยกมือตั้งท่าจะอธิบายบางอย่าง แต่แทนที่เสียงเล็กๆ นั่นจะเปล่งคำอธิบายออกมา
มันกลับส่งเสียงเฮือกอันแสนทุกข์ทรมานออกมาเสียอย่างนั้น ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังตกอยู่ในสภาพหวาดกลัวอย่างสุดขีดจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูดได้
โนอาห์แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางคิดใช้เวทมนตร์ทำร้ายคนอื่นง่ายๆ
เพราะว่าเขาผูกพันธะเลือดกับอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงสามารถอ่านใจของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย และเลปทีร์ก็ไม่เคยมีความคิดมุ่งร้ายใดๆ ต่อใครเลย
ยกเว้นก็แต่สิ่งนั้นคุกคามชีวิตของเด็กชาย
ใช่ เหมือนอย่างตอนนั้นที่เลปทีร์เจอมนุษย์ชั่วร้ายเหล่านั้นดักหน้าดักหลังจนคิดจะใช้เวทมนตร์ฆ่าพวกมัน เด็กชายที่เหมือนคูนิโคลัส ทั้งยังเป็นลูกชายของนูร์ล่าผู้แสนอ่อนโยน ไม่มีทางที่จะคิดทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผลหรอก
นั่นหมายความว่า
โนอาห์ทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา
“ตอนที่ข้าหมดสติไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นใช่ไหม”
เลปทีร์รีบพยักหน้าแทบจะทันที แต่แล้วก็เป็นฝ่ายทรุดล้มลงไปจนโนอาห์ตกใจ
หรือร่างกายส่วนไหนจะบาดเจ็บกัน
ความคิดดังกล่าวทำให้อีกสมมุติฐานหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของโนอาห์ทันที
“ข้าที่หมดสติไป จู่ๆ ก็เผลอลงมือทำร้ายเจ้าโดยไม่รู้ตัวหรือ” เอ่ยถึงตรงนี้โนอาห์ก็ชูแขนข้างขวาที่ถูกแช่แข็งขึ้นมา “” เจ้าจึงร่ายเวทมนตร์นั้นใส่ข้า”
โนอาห์คาดหวังว่าเลปทีร์จะพยักหน้า แต่เด็กชายกลับสั่นศีรษะปฎิเสธเสียอย่างนั้น ปฎิกิริยาดังกล่าวทำให้โนอาห์ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“ท่านไม่ได้ทำร้ายข้า” เสียงเล็กๆ นั้นยืนกรานอย่างหนักแน่น “แต่–”
แล้วเลปทีร์ก็ทรุดลงไปอีกรอบ คราวนี้กลับยกสองมือขึ้นมากุมอกด้วยท่าทางทรมานราวกับจะขาดใจ
แปลก
แปลกไปหมด
ตอนที่เขาหมดสติไป เกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ข้าไม่ได้เป็นคนทำ เช่นนั้นเจ้าจะร่ายเวทมนตร์ใส่ข้าทำไม”
เขาถามอีกครั้ง คราวนี้พยายามเพ่งมองเข้าไปในจิตใจของเลปทีร์เพื่อควานหาคำตอบแทน เด็กชายจะต้องมีภาพบางอย่างนึกไว้ในใจบ้างล่ะ เพียงแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้
พูดไม่ได้อย่างนั้นเหรอ
ข้อสรุปดังกล่าวบวกกับการที่เขาสัมผัสความรู้สึกนึกคิดอะไรของเลปทีร์ไม่ได้เลยนอกจากความรู้สึกหวาดกลัวและสับสน ก็ทำให้โนอาห์พอจะจับเค้าลางบางอย่างได้ แม้ว่าความเป็นไปได้มันจะต่ำมากก็ตาม
ก็เขาน่ะใช้เวทมนตร์ไม่ได้นี่
“เจ้าโดนสาปไม่ให้พูดถึงเหตุการณ์นั้นใช่ไหม”
คราวนี้เลปทีร์กลับรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
ที่นี่ไม่มีกลิ่นอายใครอื่น ไม่มีกลิ่นอายของผู้บุกรุกหรือคนแปลกหน้า ถ้าหากว่ามีใครบุกเข้ามาทำร้ายเลปทีร์และหลบหนีออกไป อย่างน้อยๆ ก็ต้องหลงเหลือกลิ่นอายของเจ้าตัวไว้บ้างล่ะ
แต่ทว่าที่นี่ ณ ที่แห่งนี้ มีแค่เขากับเลปทีร์เท่านั้น
“มือข้างนี้ สาปเจ้าใช่ไหม”
เขาชูแขนข้างขวาที่ถูกแช่แข็งให้เลปทีร์ดูอีกครั้งหนึ่ง
“ใช่”
เลปทีร์หลับตาแน่น ริมฝีปากซีดเซียวพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“แขนข้างนั้นทำร้ายข้า ด้วยความตั้งใจของ–”
เสียงนั้นกลืนหายไปกับสายลม
ภาพตรงหน้าทำให้โนอาห์ตัดสินใจได้ในตอนนั้นเอง