วงการซีรีส์วาย บันเทิงกว่าที่คิด... โดยเฉพาะเรื่องที่มันเกิดขึ้นหลังกล้องอะนะ
รัก,ตลก,ชาย-ชาย,สะท้อนปัญหาสังคม,วัยว้าวุ่น,วายบันเทิง,วาย,นิยายวาย,แฉ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
วายบันเทิงวงการซีรีส์วาย บันเทิงกว่าที่คิด... โดยเฉพาะเรื่องที่มันเกิดขึ้นหลังกล้องอะนะ
วายบันเทิง
The Gossip of BL
Run_Kantheephop
เรื่องแต่ง 99% อีก 1% คือเค้าโครงจากเรื่องจริง
ขออนุญาตแก้ไขวันและเวลาในการอัพนิยายนะครับ เนื่องจากช่วงนี้มีภารกิจจากหน้าที่การงานเข้ามาจึงทำให้เขียนนิยายได้น้อยลงกว่าเดิม จากนี้ไปจะขออัพนิยายเพียงแค่สัปดาห์ละ 1 ตอนนะครับ (ทุกวันเสาร์ เวลา 18:00 น.)
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามครับ
********************************************************************************
มีทั้งหมด 5 เล่ม
E-Book วางจำหน่ายแล้ว บน MEB
“มึงๆ นั่นใช่พี่ภูมิกับพี่ซันปะวะ” หญิงสาวคนหนึ่งหันไปคุยกับเพื่อนสนิทในขณะที่พวกเธอกำลังเดินเลือกซื้อของอยู่ในห้างสรรพสินค้าย่านเพลินจิต
“กูว่าใช่นะ มึงเปิดไอจีดูดิว่าพวกเขาอัพสตอรี่อะไรหรือเปล่า จะได้ชัวร์ กูกลัวทักผิด” เพื่อนสาวคนข้างๆ ตอบกลับด้วยความอยากรู้เสียเต็มประดา คะยั้นคะยอเพื่อนข้างกายให้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดเช็คเพื่อความมั่นใจ
“รอแป๊บ กูก็กลัวหน้าแหกเหมือนกัน เลยถามมึงเนี่ยให้ช่วยกันดู” ตัวต้นเรื่องเอ่ยตอบก่อนจะยกมือถือที่กำอยู่ในมือขึ้นมาเปิดแอพลิเคชันอินสตาแกรมแล้วพิมพ์ค้นหาชื่อแอคเคาท์ของภูมิกับซัน นิ้วเรียวกดเข้าไปดูที่รูปโปรไฟล์ที่มีวงสีแดงปรากฏอยู่โดยรอบเพื่อต้องการจะดูว่าในสตอรี่มีอะไรที่บ่งบอกสถานที่เพื่อระบุตัวตนของบุคคลทั้งสองได้บ้าง
“ในสตอรี่มีไรปะ?” เพื่อนสาวเอ่ยถาม
“มีร้านกาแฟ แต่ไม่รู้ที่ไหน”
“มึงลองเดินเข้าไปถามเลยไป”
“ไม่เอา! มันรบกวนเวลาส่วนตัวเขาหรือเปล่า”
“ก็มึงเป็นคนทักอะ ก็เดินเข้าไปถามเลยจะได้จบๆ” เพื่อนสาวยังคงเชียร์ตัวต้นเรื่องไม่หยุด
เอาเข้าจริงพวกเธอทั้งคู่ก็อยากรู้ไม่ต่างกันเพราะแอบติดตามคู่นี้มาตั้งแต่งานเปิดตัวซีรีส์ การได้มาบังเอิญเจอนักแสดงที่ตัวเองชื่นชอบแบบไม่ได้ตั้งตัวนับว่าเป็นแต้มบุญสูงสุดในชีวิต แม้จะอยากเข้าไปทักทาย ขอถ่ายรูป แต่ก็มีความเกรงใจที่จะรบกวนเวลาส่วนตัวของพวกเขาอยู่เหมือนกัน
“ถ่ายจากตรงนี้เอาแล้วกัน” หญิงสาวยกมือถือขึ้นมาเปิดกล้องแล้วกดแอบถ่ายรูปพร้อมทั้งคลิปวิดีโอเอาไว้จากมุมไกลในบริเวณที่พวกเธอยืนอยู่ แม้ว่าจะอดใกล้ชิดศิลปินที่ตัวเองชื่นชมแต่ก็นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ในวันนี้แล้ว
‘แต้มบุญสุดๆ ได้เห็นเขามาเดทกันสองต่อสองด้วย!’
‘สาววายขิตละ!’
ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่สองสาวนั้นแอบถ่ายเอาไว้ถูกโพสต์ลงในแอพลิเคชัน X และกลายเป็นไวรัลทันที นับวันแฟนคลับของคู่นี้ก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นด้วยโมเมนต์ของความสนิทที่ทั้งคู่มีให้กัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้หลายคนหลงใหลในเคมีเวลาอยู่ด้วยกันของทั้งภูมิและซันได้
‘ฉันว่าเขาคบกันจริงแน่แก’
‘กรี๊ดดด! ชิปเปอร์ตกงานละงั้น’
บางส่วนก็เลยเถิดไปกันใหญ่จนถึงขั้นคิดว่าพวกเขาทั้งคู่คบกันจริงจังไปเสียแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องปกติของวงการซีรีส์วาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่มักจะเซอร์วิสแฟนคลับด้วยการขายจิ้นจนหลายครั้งทำเอาแฟนคลับมโนไปว่าเป็นเรื่องจริง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ตัวนักแสดงหรือเหล่าผู้จัดเดือดร้อนนักเพราะยิ่งมีคนจิ้นมากเท่าไหร่ก็หมายถึงจะมีเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาหาพวกเขามากเท่านั้น
กันต์ที่นั่งดูทีวีอยู่ในบ้านไม่ได้รับรู้เลยว่าเรื่องราวของภูมิและซันในโซเชียลตอนนี้กำลังเป็นที่ถูกพูดถึงขนาดไหนจนกระทั่งคิมเพื่อนสนิทเอากระแสในเอ็กซ์มาให้เขาดู
“มึงเห็นยัง” คิมถามพร้อมยื่นหน้าจอมือถือให้อีกฝ่ายดู
“อะไรวะ?” กันต์เอ่ยถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะก้มลงไปดูสิ่งที่เพื่อนยื่นมาให้ดู
“ก็คนที่เล่นเรื่องเดียวกับมึงอะ ภูมิกับซันปะ? มีคนถ่ายรูปมาลงว่าเห็นไปห้างด้วยกันสองคน ทีนี้ก็เลยคิดว่าแอบกิ๊กกันอยู่งี้”
“หื้อ!? แค่คลิปกับรูปเดียวเนี่ยนะ” กันต์ถึงกับงงไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นถึงเข้าใจไปแบบนั้น
“แล้วสรุปจริงไหมอะ” คิมสีหน้าอยากรู้ถูกแสดงออกมาอย่างชัดเจน เขาเขย่าที่แขนของกันต์เบาๆ เพราะเห็นว่าเพื่อนตัวเองทำหน้าเซ็งเหมือนไม่อยากตอบ
“กูไม่รู้”
“ไรวะ แล้วในกองเขามีโมเมนต์อะไรเด็ดๆ มั่งปะ”
“อืม... ถ้ามองแบบเป็นกลาง ไม่ได้มองแบบชิปเปอร์ ก็ว่าก็ไม่มีนะ กูไม่เคยเห็นอะไร ก็พี่น้องทั่วไปอะ” กันต์ย้ำชัด พอมาลองคิดจริงจังดู เขาก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นจริงๆ นอกไปจากพี่น้องที่ร่วมงานกันและสนิทสนมกันก็เท่านั้น มีพูดคุยหยอกล้อกันบ้างแต่จะให้มามีโมเมนต์แบบโรแมนติกเชิงชู้สาวก็ไม่น่าจะมี
“แล้วถ้ามองแบบชิปเปอร์อะ?” คิมชงคำถามกลับ
“ก็แฟนแน่นอนนนน!!!” กันต์ทำเสียงและหน้าตาล้อเลียนชวนหัวเราะจนคิมเห็นแล้วก็อดขำลั่นออกมาไม่ได้
“เห็นไหมล่ะ!” คิมตบเข่าฉาดว่าคำตอบของกันต์ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่เขาคิดสักเท่าไหร่
“มึง แต่เอาจริงๆ ก็ไม่น่ามีไรหรอก ก็พี่น้องแหละ”
“โห่! ไม่มันเลย ไรวะ ทำลายจินตนาการกูสุดๆ” คิมเบือนหน้าหนีด้วยความเซ็ง เขาอุตส่าห์คิดว่าจะได้ลิ้มรสความลับใต้เตียงดาราสักหน่อย แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้ามเสียอย่างนั้น
“ไว้ถ้ามีอะไรเด็ดๆ จริงๆ กูจะมาเล่าให้ฟังละกัน” กันต์ตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้
“อือ” คิมพยักหน้ารับด้วยท่าทีที่แสร้งว่าไม่ค่อยพอใจนักก่อนจะนึกขึ้นมาได้ “เออ! วันนี้มึงจะทำไรเปล่า?”
“ไม่มีอะ”
“งั้นไปหาไอติมแดกกันไหม”
“ก็ได้นะ”
“โอเค งั้นรอกูอาบน้ำแป๊บหนึ่ง”
“อือ”
สิ้นเสียงตอบรับของกันต์ คิมก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้ววิ่งขึ้นชั้นบนทันที ทุกวันนี้คิมทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเองเข้าไปทุกที เพราะตั้งแต่กันต์ย้ายออกจากคอนโดของคิมเพื่อมาเช่าบ้านอยู่ ไอ้คิมก็แทบจะแวะมาหาทุกอาทิตย์ แถมมาครั้งหนึ่งก็ค้างคืนเสียหลายวัน ด้วยเหตุผลที่ว่าอยู่ห้องคนเดียวแล้วเหงา คิดถึงตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองคน กันต์จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะการมีเพื่อนมาอยู่ด้วยกันที่บ้านแบบนี้ก็ทำให้เขาหายเหงาไปได้มากเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นตอนอยู่คนเดียวก็มักจะเผลอคิดฟุ้งซ่านจนแทบจะเป็นบ้า
กันต์นอนดูทีวีอยู่ที่โซฟาเพื่อรอคิมจนเกือบจะหลับ ในขณะที่กำลังตาปรือเพราะหนังตาเริ่มหนักขึ้นจนต้านทานไว้เกือบจะไม่อยู่ คิมก็วิ่งลงมาพอดี กันต์สะดุ้งตื่นแล้วผุดตัวลุกขึ้นนั่งแทบจะในทันที ทำเอาเขารู้สึกมึนหัวเล็กน้อยแต่เพียงครู่เดียวก็ดีขึ้น
“เสร็จละ ไปกัน” คิมบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง จนกันต์อดคิดไม่ได้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เพราะคนอย่างคิมไม่น่าจะตื่นเต้นกับการออกไปกินไอศกรีมขนาดนี้
“แปลกๆ ละ มีไรที่ไม่ได้บอกกูปะ” กันต์เอ่ยถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
“ไม่มี กูแค่อยากแดกไอติม วันนี้อารมณ์ดี”
“อารมณ์ดีเรื่อง?”
“กดตั๋วคอนเสิร์ตได้ไง!” คิมบอกพลางยิ้มกว้าง
“ห้ะ? มึงไปกดตอนมาตอนไหน กูไม่เห็นรู้เลย”
“รอบนี้กูจ้างกดอะ กลัวกดเองไม่ทันเหมือนครั้งก่อน”
“แล้วไม่บอกให้กูช่วย จะได้ไม่ต้องจ้าง” กันต์ตอบกลับเพราะรู้สึกว่าเสียดายเงินค่ากด แทนที่จะเก็บไว้กินข้าว
“แหม! ครั้งก่อนก็แห้วเพราะมึงกดไม่เป็นนี่แหละ ใครจะไปไว้ใจล่ะ จ้างคนกดอะดีแล้ว พวกนั้นมืออาชีพ แถมกดได้โซนที่กูอยากได้ด้วย!” คิมยังคงสาธยายให้ฟังว่าการใช้เงินแก้ปัญหามันดียังไง
“เออ เรื่องของมึงเลย ไปกันได้ยัง” กันต์รีบตัดจบบทสนทนาเพราะรู้สึกรำคาญเต็มทน
“ไปๆๆๆ” คิมรีบเดินนำออกจากบ้านไปในทันที โดยมีกันต์ที่ส่ายหัวระอาในพฤติกรรมแปลกๆ ของเพื่อนเดินตามหลังไป
ทั้งคู่มาถึงห้างที่อยู่ในละแวกโซนบ้านของกันต์ เป็นห้างใหญ่เดียวที่อยู่ในย่านลาดพร้าวและมีคนมาเดินเป็นจำนวนมาก ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่พวกเขามาที่นี่แล้วคนน้อยเลยสักครั้ง
กันต์และคิมเดินลงไปยังชั้นล่างสุดที่เต็มไปด้วยร้านอาหารแล้วเดินหาร้านไอศกรีมสีแดงเจ้าประจำที่พวกเขามักจะมากินด้วยกันบ่อยๆ
“ลูกค้ากี่ที่คะ” พนักงานเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นกันต์กับคิมเดินมายังหน้าร้าน
“สองครับ” กันต์ตอบก่อนจะเดินตามพนักงานเข้าไปในร้านเพื่อไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่
ไอศกรีมพสุธากัมปนาทถูกสั่งมาอีกครั้งแม้ว่ามันจะเป็นครั้งที่ร้อยก็ตาม พวกเขาไม่มีทางที่จะเบื่อเมนูนี้ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเลือกไอศกรีมได้เยอะดี กินครั้งละหลายรสได้ แต่ก็ไม่วายที่พวกเขายังคงสั่งแต่รสชาติเดิมๆ
ไม่นานไอศกรีมชามโตก็ถูกยกมาเสิร์ฟถึงที่และแน่นอนว่าก่อนที่กันต์จะทันได้ยกช้อนจิ้มลงไปตักจ้วงไอศกรีมเข้าปาก เขาก็ถูกอีกฝ่ายห้ามเอาไว้เสียก่อน
“อย่าเพิ่ง! ขอถ่ายรูปก่อน” คิมบอกพลางจับมือของกันต์เอาไว้ก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่อีกข้างหยิบมือถือมาถ่ายสตอรี่เก็บเอาไว้ แต่ยังไม่ได้โพสต์ในทันที
“กูกินได้ยัง” กันต์ถามด้วยใบหน้าเซ็ง
“ได้ละ เริ่มเลย” คิมตอบแล้วหยิบช้อนของตัวเองจ้วงลงไปในชามไอศกรีมทันที กันต์เห็นแบบนั้นก็เลยเริ่มตักกินบ้าง แต่ยังไม่ทันที่จะได้มีความสุขกับไอศกรีมรสเลิศเขาก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
“น้องกันต์!” เสียงหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อเขาดังขึ้นในระหว่างที่กำลังเคี้ยวไอศกรีมตุ้ยๆ “บังเอิญเจออีกแล้ว!”
“พี่เจี๊ยบ! หวัดดีครับ” กันต์เอ่ยทักพร้อมยกมือไหว้แบบงงๆ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมโชคชะตาถึงชอบให้เขากับพี่เจี๊ยบมาเจอกันโดยบังเอิญอยู่บ่อยๆ
“งงมาก เจอกันบ่อยแท้” พี่เจี๊ยบเดินมาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ กันต์
“อันนี้เพื่อนกันต์ครับ ชื่อคิม” กันต์หันไปแนะนำคนที่นั่งตรงข้ามให้พี่สาวด้านข้างรู้จัก
“อ้อ! หวัดดีจ้ะ” พี่เจี๊ยบทักทายด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ” กันต์ยกมือไหว้แบบงงๆ เพราะเขาเองก็ไม่ได้รู้จักพี่เจี๊ยบมาก่อนและตอนนี้เขาก็ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นยังไง
“พอดีพี่มาคุยงานแถวนี้อะ แล้วนี่มาทำไรกัน บ้านอยู่แถวนี้เหรอ”
“ใช่ครับพี่เจี๊ยบ ก็เลยมาหาไอติมกินกัน” กันต์เอ่ยตอบอย่างสุภาพ ในใจก็แอบกังวลว่าการที่พี่เจี๊ยบมาเจอเขาอยู่กับคิมสองคนแบบนี้ จะเอาไปนินทาลับหลังอีกหรือเปล่า แต่เขาก็พยายามจะปล่อยผ่าน เพราะถึงแม้ว่าพี่เจี๊ยบจะเอาไปเมาท์ เขาก็ปฏิเสธได้อยู่ดีว่านี่คือเพื่อนสนิทของเขา
“อ่อ... เอ้อ นี่! พี่มีเรื่องจะถามหน่อย” พี่เจี๊ยบบอกเมื่อนึกขึ้นได้ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวาเพื่อเช็คความปลอดภัยแล้วจึงพูดต่อ “เห็นเรื่องของภูมิกับซันหรือยัง”
“ในเอ็กซ์เหรอครับ เห็นแล้วพี่”
“น่ารักดีเนอะ กันต์ว่าเรื่องจริงไหม?” สีหน้าของพี่เจี๊ยบดูมีความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเดิม
“ไม่รู้สิครับ” วกมาเรื่องนี้อีกแล้ว เขาล่ะเบื่อจริงๆ ทำไมทุกคนต้องคิดว่าเขาจะรู้เรื่องพวกนี้ด้วยก็ไม่รู้
“แหม... น้องกันต์สนิทกับสองคนนั้นไม่ใช่เหรอ จะไม่รู้ได้ยังไงกัน มีอะไรก็อัพเดทให้พี่ฟังบ้างสิ ถ้าสองคนนั้นกิ๊กกันก็ดีสิ น่ายินดีจะตาย”
อยากเสือกมากกว่าล่ะสิไม่ว่า...
“กันต์ไม่รู้จริงๆ พี่เจี๊ยบ” เขาเอ่ยตอบพลางตักไอศกรีมเข้าปาก แม้ว่าในใจจะไม่พอใจแต่เขายังคงประคองรอยยิ้มเอาไว้ เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี
“ก็ได้ ไม่อยากรู้ก็ได้ ถามนิดถามหน่อยทำมาเป็นงุบงิบ” พี่เจี๊ยบบ่นอุบ ใบหน้าแสดงความเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
“มันเรื่องส่วนตัวเขาอะพี่เจี๊ยบ กันต์ก็ไม่รู้ว่าเขาสนิทกันไปถึงขั้นไหนแล้ว”
“ว้าย! น้องกันต์พูดงี้พี่คิดไปไกลแล้วนะ” พี่เจี๊ยบดูดี๊ด๊าทันทีผิดกับเมื่อครู่
“เอาเป็นว่ารอให้พวกเขาออกมาพูดเองดีกว่าครับ” กันต์ยิ้มบางก่อนจะก้มลงไปกินไอศกรีมต่อ เขารู้ดีว่าจะต้องรับมือกับพวกชิปเปอร์ยังไง เพราะตัวเขาเองก็เป็นชิปเปอร์เหมือนกัน ไอ้พวกประโยคสองแง่สองง่ามแบบนี้นี่แหละที่ทำให้จิ้นได้ดีนักแล
เป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย กว่าที่พี่เจี๊ยบจะลุกออกไปก็นานโข ทำเอาไอศกรีมในชามใบโตละลายไปเสียเยอะ แต่จะไล่ก็ไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ทำแบบนั้นก็จะดูไม่งาม โดนด่าว่าไม่มีมารยาทอีก เขาต้องทนฟังพี่เจี๊ยบนั่งเมาท์มอยอยู่พักใหญ่กว่าที่พี่เขาจะขอตัวออกไป
กันต์ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมทุกคนมาคาดหวังว่าเขาจะต้องรู้ทุกเรื่อง เวลามีข่าวซุบซิบเรื่องพี่ภูมิกับซันทีไร ก็จะชอบมาถามเขา เขาก็รู้เท่าที่ทุกคนรู้ จะให้มารู้ไปมากกว่าคนอื่นได้ยังไง ถึงแม้ว่าจะสนิทกันก็ตาม เป็นเรื่องที่เขาเองก็หนักใจอยู่ไม่น้อย อาจเป็นเพราะทุกคนเห็นว่ากันต์เข้าถึงได้ง่ายและดูน่าจะคุยด้วยง่ายที่สุดล่ะมั้ง
วันนั้นทั้งวันหลังจากกินไอศกรีมเสร็จก็ทำเอากันต์ไม่มีความสุขเสียเลย มันน่าหงุดหงิดใจ เขาพยายามที่จะสลัดเรื่องราวรกหัวนี้ออกไปจากสมองแต่ก็ทำไม่ได้ มันเอาแต่จะวนกลับมาคิดทุกครั้งจนเผลอถอนหายใจไปหลายรอบ คิมก็ดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองกำลังมีเรื่องทุกข์ใจและก็คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่เพิ่งเจอกันมา แต่เขาไม่ใช่คนที่ปลอบใจใครเก่งจึงคิดว่าปล่อยไว้ก่อนดีกว่ารอให้เพื่อนสบายใจแล้วมาระบายเมื่อไหร่ค่อยทำหน้าที่เป็นผู้รับฟังที่ดี